วัตถุมงคลทั่วภูมิภาคของประเทศไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,467
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1781019058963.jpg

    “เทวดารักท่านชอบมาก
    ว่าไปแล้ว เทวดาจะรักท่านชอบ มากกว่าท่านพระอาจารย์มั่นเสียอีกนะ”

    “หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ เลย”
    พระผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งทวยเทพ

    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เป็นพระมหาเถระ
    ศิษย์ชั้นผู้ใหญ่ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
    ซึ่งทรงคุณธรรมสูงสุดถึงระดับ “พระอรหันต์”
    ดังที่หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ เคยปรารภ
    เมื่อครั้งที่ได้ข่าวว่าหลวงปู่ชอบจะมาเชียงใหม่ ว่า
    “ท่านชอบจะมา ‘นิพพาน’ ที่เชียงใหม่หรือ ???!!”
    อีกทั้งหลวงปู่ชอบยังมี “ตาดี” และ “จิตดี” เป็นพิเศษ
    จนแม้พระอาจารย์มั่นยังเคยไว้วางใจให้หลวงปู่ชอบ “รับแขกเทพ”
    (ต้อนรับ, เทศน์แสดงธรรมให้เทวดาฟัง) และ
    “จับพระ” (ใช้เจโตปริยญาณตรวจสอบความคิดของพระเณร
    ที่อาจจะเผลอทำ, พูด, คิด ออกนอกลู่นอกทางไปบ้างให้กลับคืนดี)
    อย่างไม่มีผิดพลาด เป็นที่เลื่องลือในศิษย์กรรมฐาน
    แห่งท่านพระอาจารย์มั่นโดยทั่วไปเป็นที่ยิ่ง
    อีกทั้งหลวงปู่ชอบยังมี “เสน่ห์” ในองค์ท่านอย่างเหลือล้น
    จนเทพเทวดานาคครุฑคนธรรพ์ปรไมไอศวร ฯลฯ
    ต่างล้วนมีความรักใคร่ศรัทธาในองค์หลวงปู่ชอบเป็นพิเศษ
    จนถึงขั้นมาคอย TAKE CARE หลวงปู่ชอบในหลายๆ ครั้ง
    จนรอดพ้นภาวะคับขันได้อย่างน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง
    ถึงขนาดที่แม้ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง
    ยังต้องออกปากปรารภเลยทีเดียวว่า

    “เทวดารักท่านชอบมาก
    ว่าไปแล้ว เทวดาจะรักท่านชอบ
    มากกว่าท่านพระอาจารย์มั่นเสียอีกนะ”

    -----------------------------------------------

    ที่มา...
    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม (พระผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งทวยเทพ)
    : อริยสงฆ์แห่งแผ่นดิน ชุดที่ ๑ ชาติภูมิและคำสอน
    จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่หลักคำสอน : ปฐม นิคมานนท์

    ท่านพระอาจารย์มั่นออกปากชมท่ามกลางสภาสงฆ์ "ให้ทุกองค์ภาวนาให้ได้เหมือนท่านชอบสิ ท่านองค์นี้ภาวนาไปไกล

    พระเดชพระคุณหลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอริยเจ้าผู้ทรงอภิญญาญาณ คือ ผู้ทรงความรู้ยิ่งในพระพุทธศาสนา มีคุณสมบัติพิเศษ ๖ อย่าง ๑. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้ ๒. ทิพโสต หูทิพย์ ๓. เจโตปริยญาณ รู้จักกำหนดใจผู้อื่น ๔. บุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติได้ ๕. ทิพจักขุ ตาทิพย์ ๖. อาสวักขยญาณ รู้จักทำอาสวะให้สิ้นไป
    ท่านมีนิสัยชอบโดดเดี่ยวเที่ยวไปอยู่ในป่า ทำในสิ่งที่บุคคลอื่นทำได้ยาก ไม่ชอบเกี่ยวข้องกับหมู่ชนพระเณร เป็นผู้มีความองอาจเด็ดเดี่ยว อดทนเป็นเลิศ ไม่กลัวความทุกข์ยากลำบาก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย กล้าได้กล้าเสียในการปราบกิเลส ถึงกับท่านพระอาจารย์มั่นออกปากชมท่ามกลางสภาสงฆ์ "ให้ทุกองค์ภาวนาให้ได้เหมือนท่านชอบสิ ท่านองค์นี้ภาวนาไปไกลลิบเลย"
    ท่านสามารถแสดงธรรมและสนทนาธรรมเป็นภาษาต่างๆ ได้หมด เพียงกำหนดจิตดูว่าภาษานั้นเขาใช้พูดกันว่าอย่างไร ท่านสามารถแสดงธรรมโปรดเทวดา พญานาค ตลอดจนภพภูมิต่างๆ ได้

    การธุดงค์ของท่านนับว่าโลดโผนมาก ชอบเดินทางในเวลากลางคืนหรือจวนสว่างในคืนเดือนหงาย เที่ยวไปอบ่างอนาคาริกมุนีผู้ไม่มีอาลัยในโลกทั้งปวง บางคราวมีเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่สองตัวกระโดล้อมหน้าล้อมหลังเอาไว้ ท่านเร่งสติสมาธิ แผ่เมตตา กำหนดจิตเข้าข้างใน สมาธิลึกเข้าไปจนถึงฐานของจิต ปล่อยวางสิ่งทั้งปวง เมื่อถอนจิตออกมาปรากฏว่าเสือสองตัวได้หายไปแล้ว

    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม พระอรหันต์เถระเจ้าผู้ได้ฉายาว่า พระผู้เป็นที่รักของเทวดาทั้งปวง ในสมัยที่หลวงปู่ชอบยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่มั่น ท่านเมตตาให้หลวงปู่ชอบรับแขกพิเศษในตอนกลางคืนแทนองค์ท่าน ซึ่งจะมีพวกมาจากภพภูมิอื่นเป็นเทวดา นาค มากราบไหว้ขอฟังธรรม มีจำนวนมากบ้าง น้อยบ้าง บางครั้งมีจำนวนเป็นหลักสิบ บางทีก็เป็นจำนวนร้อย บางครั้งก็ถึงจำนวนพัน ๆ ปฏิปทาของท่าน ในสายพระธุดงคกรรมฐานศิษย์ท่านพระอาจารย์มั่น เป็นที่ยกย่องกันว่า หลวงปู่เป็นศิษย์ที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่งที่เด็ดเดี่ยวกล้าหาญทางความเพียร มีนิสัยมักน้อย ถือสันโดษ ชอบแสวงหาความสงัดวิเวกอยู่ตามป่าตามเขามาตลอด ข้อปฏิบัติและธรรมภายในของท่านเป็นที่สรรเสริญ และหลวงปู่ชอบท่านยังเป็นตัวแทนแห่งโชคลาภ โดยท่านเดินธุดงค์ไปที่แห่งใด ท่านไม่เคยอดอยาก ต้องมีผู้คนมาใส่บาตรอยู่เสมอแม้จะทุรกันดารขนาดไหนก็ตาม และผู้ใดที่บูชาท่านมักจะมีโชคลาภ ทำมาค้าขายได้สะดวก ประสบความสำเร็จเสมอ

    1781019488824.jpg

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญที่ระลึกทำบุญอายุครบ ๙๔ พรรษา
    หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าโคกมน จ.เลย ปี ๒๕๓๘
    สภาพสวยเดิมผิวรุ้ง วิบวับๆเลยครับองค์นี้

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260609_221309.jpg IMG_20260609_221347.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,467
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1781092957586.jpg FB_IMG_1781092951669.jpg
    FB_IMG_1781092954599.jpg
    พระพุทธนราวันตบพิธ ผสมผงจิตรลดา เส้นพระเจ้า(เส้นพระเกศาในหลวง)และจีวรสมัยท่านทรงผนวชปี ๒๕๔๒ รุ่นเเรก

    รุ่นเดียว สร้างในเจริญพระชนมายุ ๗๒ พรรษา

    พระพุทธนราวันตบพิธเป็นพระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้ประชาชนซึ่งเป็นพสกนิกรของพระองค์ได้มีไว้เป็น สายใยกับพระองค์ท่าน เพราะมีมวลสารสำคัญคือเส้นพระเจ้า(พระเกศา)ของพระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัวในมวลสารพระด้วย ในวาระอันเป็นมิ่งมงคลสมัยอย่างยิ่ง
    ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระ ชนมพรรษา 72 พรรษา ปี 2542 ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้จัดสร้างพระพุทธนราวันตบพิธขึ้น เนื่องจากพระองค์ทรงทราบว่า สมเด็จจิตรดาที่ทรงสร้างด้วยพระองค์เอง มีผู้ต้องการและเสาะแสวงหากันมาก เมื่อมีโอกาสที่เหมาะสมจึงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สร้างพระสำหรับ พสกนิกรผู้จงรักภักดีของพระองค์ท่าน โดยให้เป็นพระที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัวที่ใครๆ ก็สามารถบูชาได้
    เมื่อคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผนวชเมื่อปี พ.ศ.2499 ที่วัดบวรนิเวศวิหาร และเสด็จมาประทับ ณ พระปั้นหยา วัดบวรนิเวศวิหาร ได้ทรงสถาปนาพระพุทธปฏิมาประจำพระองค์ไว้ในพระบวรพระพุทธศาสนา

    พระพุทธนราวันตบพิธพระพุทธรูปฉลองพระองค์
    ประการสำคัญที่สุดได้พระราชทานมวลสารส่วนพระองค์ โดยเฉพาะเส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศาของพระองค์) ให้นำมาผสมในเนื้อพระ เพื่อให้พสกนิกรได้อยู่ใกล้ชิดพระองค์ตลอดไป
    พระเนื้อผงที่จัดสร้างเป็นพระประทับยืนยกพระหัตถ์สองข้างบนพื้นที่ทำเป็นรูป ซุ้มโค้งแหลม สูง 3.2 เซนติเมตร ด้านหลังประดิษฐานตราสัญลักษณ์เฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา
    เนื้อหามวลสาร นอกจากเส้นพระเจ้าและมวลสารส่วนพระองค์แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังพระราชทานมวลสารมหามงคลอีกประการหนึ่งคือ พระจีวรที่องค์ครองคราวเสด็จออกผนวชเมื่อปี พ.ศ.2499 นอกจากนั้น คณะกรรมการยังได้รวบรวมมวลสารจากพระธาตุสำคัญทุกปีเกิด จากวัดสำคัญ 143 วัดทั่วประเทศ สถานที่สำคัญอันได้แก่ ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ในอินเดียและศรีลังกา นอกจากนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ก็ได้ทรงพระราชทานมวลสารพุทธมงคลสำคัญมาร่วมสร้างพระพิมพ์พระพุทธนราวันตบ พิธ อีกจำนวนมาก
    สำหรับการผสมมวลสารมหามงคลพระราชทานนั้น อาจารย์อนันต์ สวัสดิ์สวนีย์ ซึ่งเป็นนายช่างแห่งกองช่างสิบหมู่ กรมศิลปกร ได้นำมวลสารมหามงคลทั้ง 3 ประการ มาซอยและย่อยให้เป็นผงละเอียดยิบ เพื่อจะได้ผสมมวลสารอย่างอื่นอย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นประชาชนทุกท่านมีสิทธิ์ได้รับมวลสารมหามงคลอย่างถ้วนทั่วกัน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเป็นองค์ประธานประกอบพิธีมหาพุทธาภิเศก เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2542 โดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงมอบให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ เป็นประธานเจริญพระพุทธมนต์และจุดเทียนชัย มีพระเถระและพระคณาจารย์ รวม 72 รูปทั่วประเทศ อาทิ
    สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม กรุงเทพมหานคร หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญบรรพตหนองคาย หลวงปู่ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน เลย หลวงพ่อพวง สุวีโร วัดป่าปูลู สกลนคร หลวงพ่อบุญเพ็ง กัปปโก วัดป่าวิเวกธรรม ขอนแก่น หลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญ วัดเพชรบุรี สุรินทร์ หลวงพ่อม่วง วัดยางงาม ราชบุรี หลวงปู่ทิม วัดพระขาว พระนครศรีอยุธยา ฯลฯ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาทุกๆข้อมูลอย่างสูงครับ

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    FB_IMG_1781092942953.jpg FB_IMG_1781092946709.jpg FB_IMG_1781092949403.jpg IMG_20260610_190319.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,467
    ค่าพลัง:
    +21,469
    1781100897284.jpg


    หลวงปู่คำพันธ์ โฆษปัญโญ ยกย่อง พระเครื่องหลวงปู่หลอดหลวงปู่คำพันธ์ท่านจับพลังพระหลวงปู่หลอดและกล่าวว่า เราไม่รู้หรอกว่าดีอย่างไง สว่างครอบไปหมด คุณธรรมเรายังไม่เท่าท่าน มีพระดีพระเก่งอยู่แถวลาดพร้าว ลูกศิษย์ก็มาเจอหลวงปู่หลอด พระเก่งพระดีที่หลวงปู่คำพันธ์บอกให้มา

    เมื่อพระดีเมืองสิงห์ยกย่องคุณธรรมหลวงปู่หลอด ปโมทิโต

    หลวงปู่บุดดา ถาวโร ท่านเป็นพระอรหันต์ที่ทั้งสายธรรมยุติและมหานิกายต่างยกย่องท่าน มีปรจิตวิชาไว ท่านเจ้าคุณนรหรืออุบาสิกาบุญเรือน โตงบุญเติม ได้รับการสอนกรรมฐานจากท่านทั้งสิ้น ท่านเป้นพระผู้รัตนกัตญญูท่านจะเทศน์ธรรมะเป็นเรื่องวิมุตติทั้งสิ้นเช่น ธรรมะคือหนังแผ่นเดี่ยว กายเดี่ยวจิตเดี่ยวเป็นต้น มีลูกศิษย์หลวงปู่บุดดาท่านหนึ่งไปถามองค์ท่านว่า หลวงปู่ พระอรหันต์ยังมีอยู่ในโลกหรือไม่ หลวงปู่บุดดาตอบกลับมาว่า ท่านพระอาจารย์หลอด ที่กรุงเทพก็ใช่ ทำให้บรรดาลูกศิษย์หลวงปู่บุดดาจะมากราบหลวงปู่เสมอ เวลาหลวงปู่บุดดาเจอหลวงปู่ท่านจะกราบหรือไหว้หลวงปู่เสมอ ท่านไม่สนใจเลยว่า พรรษาท่านมากกว่า หลวงปู่ท่านก็จะกราบหลวงปู่บุดดากลับเสมอหรือกราบก่อน หลวงปู่หลอดท่านจะยกย่องหลวงปู่บุดดาตลอดทั้งในเรื่องธรรมะก็ดีเรื่องภูมิ จิตภูมิธรรม หลวงปู่หลอดจะกล่าวเสมอว่า หลวงปู่บุดดาท่านเป็นพระอรหันต์

    สื่อด้วยใจ ไม่ได้สื่อด้วยเสียง เคารพด้วยใจ เคารพในธรรม

    หลวง พ่อใหญ่กับหลวงปู่หลอด ปโมทิโต แม้ฐานขันธ์หลวงพ่อใหญ่จะไม่เอื้ออำนวนแต่ท่านก็พยายามที่จะกราบ แต่กราบไม่ได้ เพราะเป็นอัมพาต จึงนำมือทั้งสองข้างมากลุ้มมือไว้ เพื่อแสดงความเคารพ ผมน้ำตาจะไหล ครับ ตอนแรกหลวงพ่อใหญ่ไปหางาช้าง แต่อยู่ดีๆๆหลวงพ่อใหญ่กล่าวว่า จะมากราบหลวงปู่หลอด นับเป็นดำริความตั้งใจของท่าน ตอนนั้น ท่านไม่ได้กล่าวอะไรกับหลวงปู่หลอดเลย หลวงปู่หลอด ก็ไม่ได้กล่าวอะไร หลังจากที่หลวงพ่อใหญ่กลับ ศิษย์ท่านหนึ่งของหลวงปู่หลอดถามว่า คุยอะไรกันบ้าง หลวงปู่หลอดท่านบอกว่า คุยกันเยอะอยู่ ผมก็งงว่าเอท่านคุยกันยังไงหว่า ผมเลยไปถามหลวงพ่อใหญ่ หลวงพ่อใหญ่เมตตาให้คำตอบที่ผมต้องการที่สุดคือ เราคุยกับอะไรกันไม่มีใครรู้หรอก นี่แสดงถึงภูมิจิตภุมิธรรมของท่าน ไม่ต้องสื่อด้วยเสียง สื่อด้วยใจ สมแล้วที่หลวงพ่อใหญ่ประกาศต่อหน้าหมู่สงฆ์ว่า ท่านพระอาจารย์หลอดเป็นพระอรหันต์ นับเป็นความประทับใจของพร อย่างไม่รู้ลืม แม้ท่านทั้งสองจะจากไป เข้าสู่พระนิพพาน แต่ผมเชื่อว่าท่านก็ยังอยู่ เพราะธรรมท่านทั้งสองอยู่ในใจผมตลอดไป

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงซุ้มระฆัง สร้างปี2533 ปลุกเสกปี2534
    จำนวนสร้างประมาณ 10,000องค์
    สำหรับเนื้อพระนั้นมีมากหมายหลายหลายเนื้อ แต่บล็อคพระมีเพียงบล็อคเดียว แต่เราจะเห็นว่าบางองค์เล็กบ้างองค์ใหญ่ไม่เท่ากัน นั่นเพราะมวลสารที่ใส่ในแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน ไม่มีสูตรตายตัว บางครกใครมีวานใส่ว่าน ใครมีชานหมากหลวงปู่ก็ใส่ชานหมากหลวงปู่ หนำซ้ำมวลสารหลักคือดอกไม้ จึงทำให้พอพระแห้งแล้วจะหด ต้อ เล็กลงกว่าปรกติ ส่วนองค์ที่ไม่หด อาจแก่ปูน แก่มวลสารทางผงเก่าที่เป็นดินเป็นปูน พระจึงมีการหดตัวน้อย บางองค์ฝังพลอย บางองค์ฝังตะกรุด ก้สุดแล้วแต่ใครจะนำอะไรมาบรรจุ ที่เป็นแบบนี้เพราะปั้มกันเองในวัด และทีมปั้มก็เป็นพระเณรมือใหม่ทั้งนั้น จึกแยกแยะรายละเอียดลำบากให้ดูที่พิมพ์เป็นหลักครับ
    .
    .
    วัตถุมงคลรุ่นนี้นำทีมสร้างโดยพระอาจารย์อุทัย อุชุจาโร
    โดยความอุปถัมภ์ค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างของ
    คุณดอกบัว อุปพันธ์

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    พระผงรูปเหมือนซุ้มระฆังหลวงปู่หลอด

    .........ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260610_212041.jpg IMG_20260610_212041.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มิถุนายน 2026 at 10:20
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,467
    ค่าพลัง:
    +21,469
    1017-0562.jpg

    ปรากฏว่าเป็นนายอ๊อด ที่ท่านได้รักษานั่นเองผลออกมาว่าลูกปืnที่ฝังอยู่ในตัวนายอ๊อดทั้ง ๙ เม็ดไหลออกมาทั้งหมด และบาดแผลก็สมานกันดี เลือdหยุดไหล เป็นที่ประจักษ์แก่สายตา

    ชาติภูมิ

    พระครูนิสัยจริยคุณ ฉายา ปัญญาโร นามเดิมชื่อ วิสุทธิ์ นามสกุล แป้นโต แต่ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกท่านว่า "หลวงพ่อโอด" ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๘ เดือน ธันวาคม ๒๔๖๐ ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเส็ง ณ บ้านเลขที่ ๑๐๓ หมู่ที่ ๗ (บ้านหัวเขา) ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ บิดามารดาของท่านชื่อ นายชิต นางต่วน แป้นโต มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม ๗ คนคือ
    ๑. นายดำ แป้นโต ถึงแก่กรรม
    ๒. นางหนู เกรียงไกรเพชร ถึงแก่กรรม
    ๓. นายกุหลาบ แป้นโต ถึงแก่กรรม
    ๔. นางพยอม แป้นโต ถึงแก่กรรม
    ๕. พระครูนิสัยจริยคุณ ถึงแก่กรรม
    ๖. นางหลอม แป้นโต ถึงแก่กรรม
    ๗. นายออน แป้นโต ถึงแก่กรรมศาสนาพุทธ

    การศึกษาเบื้องต้น

    ท่านสำเร็จการศึกษา วิชาสามัญประถมบิริธูรณ์ จากโรงเรียนวัดหัวเขา อำเภอตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

    หลวงพ่อโอด พระครูวิสัยจริยคุณ (วิสุทธิ์ ปัญญาธโร) วัดจันเสนรูปถ่าย2509

    อุปสมบท

    เมื่อวันเสาร์ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล ตรงกับวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๔๘๑ ณ พระอุโบสถ วัดหัวเขา อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี
    ๑. พระธรรมไตรโลกาจารย์ (ยอด) วัดเขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี เป็นพระอุปัชฌาย์
    ๒. พระครูนิปุณธรรมธร วัดตาคลี เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    ๓. พระครูพิพัทธศีลคุณ วัดหัวเขาตาคลี เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    วิทยฐานะ

    พ.ศ. ๒๔๘๔ สอบได้นักธรรมเอก จากสำนักเรียนวัดมหาพฤฒาราม เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ

    หลวงพ่อโอด พระครูวิสัยจริยคุณ (วิสุทธิ์ ปัญญาธโร) วัดจันเสน

    งานด้านปกครอง
    ๑) พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดหนองสีนวล อำเภอ ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
    ๒) พ.ศ. ๒๔๓๙ ทางคณะสงฆ์ได้ย้ายท่านให้มารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดจันแสน
    - ๒๔ มิถุนายน ๒๔๙๓ ได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าอาวาสวัดจันแสน
    - ๒๖ มิถุนายน ๒๔๙๓ ได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะตำบลจันแสน
    - ๒๖ มีนาคม ๒๔๙๖ ได้รับแต่งตั้งเป็น พระอุปัชฌาย์และเป็นศึกษาอำเภอตาคลี
    ๓) พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับแต่งตั้งเป็น รองเจ้าคณะอำเภอตาคลี
    ๔) พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้รับแต่งตั้งเป็น เจ้าคณะอำเภอตาคลี

    สมณศักดิ์
    ๑) พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้น ตรี
    ๒) พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้น โท
    ๓) พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้น เอก
    ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น พระครูสัญญาบัตรชั้น พิเศษ

    หลวงพ่อโอด พระครูวิสัยจริยคุณ (วิสุทธิ์ ปัญญาธโร) วัดจันเสน

    ด้านการศึกษาของภิกษุ-สามเณร
    - เป็นครูสอนนักธรรม ของวัดดอนยานนาวา เขตยานนาวา กรุงเทพฯ (ในสมัยที่พระอาจารย์กึ๋น เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนฯ)
    - เป็นครูสอนนักธรรม วัดหัวเขา และวัดหนองสีนวล อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
    - เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดจันแสน
    - เป็นกรรมการตรวจประโยคธรรมสนามหลวงศาสนาพุทธ

    ความสัมพันธ์กับหลวงพ่อรุ่ง และหลวงพ่อเดิม

    หลวงพ่อโอด ท่านมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อรุ่ง แห่งวัดหนองสีนวลและหลวงพ่อเดิม แห่งวัดหนองโพ สองพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของอำเภอตาคลี ในฐานะที่เป็นหลานที่ใกล้ชิด กล่าวคือ โยมพ่อของหลวงพ่อโอด คือ นายชิต แป้นโต เป็นน้องชายแท้ๆ ของหลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล และแม่ของนายชิต แป้นโตและหลวงพ่อรุ่ง ก็เป็นพี่สาวโยมแม่ของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ดังนั้นหลวงพ่อโอดท่านจึงเรียก หลวงพ่อรุ่ง และหลวงพ่อเดิมว่า "หลวงลุง"

    การศึกษาด้านพุทธาคม

    เมื่อท่านกลับจากการเป็นครูสอนนักธรรมที่วัดดอนยานนาว่าแล้ว ได้มาอยู่กับหลวงพ่อรุ่งที่วัดหนองสีนวล ซึ่งในระยะนี้เองที่ท่านได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆ จากหลวงพ่อรุ่ง โดยศึกษาคู่กับหลวงพ่อสด วัดหางน้ำสาคร (พระครูวิจิตชัยการ) หลวงพ่อรุ่งได้เขี่ยวเข็ญ และพร่ำสอนท่านเป็นอย่างดี ซึ่งท่านได้เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ท่านเองได้ค่อยจะสนใจเรียนเท่าใดนัก แม้หลวงพ่อรุ่ง จะแสดงคุณวิเศษทางวิชาที่สอนให้ท่านดู ท่านก็ไม่ค่อยจะสนใจ จนหลวงพ่อรุ่งถึงกับเอ่ยปากต่อว่าท่านว่า ท่านเป็นพระหัวสมัยใหม่ สักวันหนึ่งจะต้องนึกถึงตัวท่านอยู่ศึกษาวิชากับหลวงพ่อรุ่ง จนกระทั่งหลวงพ่อรุ่งมรณภาพ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๙ ท่านก็ได้รักษาการเจ้าอาวาสวัดหนองสีนวลต่อจากหลวงพ่อรุ่ง และในปีนี้เองชาวบ้านหนองสีนวล ชื่อนายอ๊อด ถูกลอบยิงด้วยปืนลูกซอง กระสุนฝังในทั้งเก้าเม็ด จะไปรักษาที่ไหนก็ไม่ได้ เพราะเป็นยุคปลายสงคราม ญาติๆ ของนายอ๊อด จึงได้นำร่างที่บาดเจ็บของนายอ๊อดมาไว้ที่ศาลาวัดหนองสีนวล แล้วนิมนต์ท่านให้ทำการรักษาด้วยความจำเป็น ท่านจึงต้องรักษาให้ตามที่เขาขอร้อง โดยก่อนที่จะลงมือรักษาท่านได้จุดธูปอธิษฐานต่อหลวงพ่อรุ่งว่า "หากหลวงลุงต้องการใช้วิชานี้คงอยู่สืบไป ก็ขอให้ทำการรักษานายอ๊อดให้หาย หากรักษาหายจะเริ่มเรียน วิชาที่สอนให้ทั้งหมด" เสร็จแล้วท่านจึงทำน้ำมนต์ตามที่ได้เรียนมา แล้วนำไปให้นายอ๊อดดื่มและพรมตามบาดแผลที่ถูกปืn หลังจากนั้นท่านจึงได้เข้าจำวัดจนเช้ามืด ท่านได้ยินเสียงเรียกว่า หลวงน้า หลวงน้าผมไม่ตายแล้ว ท่านจึงลุกออกมาดู ปรากฏว่าเป็นนายอ๊อด ที่ท่านได้รักษานั่นเองผลออกมาว่าลูกปืนที่ฝังอยู่ในตัวนายอ๊อดทั้ง ๙ เม็ดไหลออกมาทั้งหมด และบาดแผลก็สมานกันดี เลือดหยุดไหล เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาท่าน ดังนั้นท่านจึงหันมาศึกษาวิชาของหลวงพ่อรุ่ง ทั้งหมดอย่างจริงจัง

    ส่วนหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ระยะที่ท่านอยู่หนองสีนวล ท่านได้ไปมาหาสู่กับหลวงพ่อเดิมเป็นประจำ และหลวงพ่อเดิม ท่านก็มาหนองสีนวลอยู่เป็นประจำซึ่งท่านก็ได้ศึกษาวิชาต่างๆ จากหลวงพ่อเดิม ทั้งที่วัดหนองโพและที่วัดหนองสีนวลต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดจันเสน หลวงพ่อเดิมท่านก็ได้ให้ทายกยิ้ม ทายกใหญ่วัดหนองโพ นำตำราต่างๆ ของหลวงพ่อเดิม ขึ้นรถไฟมาให้ท่านได้ศึกษาที่สัดจันเสนอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งหลวงพ่อเดิมมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๔๙๔

    จึงนับได้ว่า หลวงพ่อโอดท่านเป็นทั้งหลาน และเป็นทั้งศิษย์ ของสองพระเกจิอาจารย์ ที่โด่งดังและเกรียงไกรที่สุดของอำเภอตาคลีในยุคนั้น แต่ มิใช่ว่าจะมีอาจารย์ที่ท่านได้ศึกษาทางพุทธาคม เพียงแต่หลวงพ่อรุ่ง และหลวงพ่อเดิม เท่านั้นก็ไม่ ที่ผู้เขียนรู้จากคำบอกของท่านเองยังมีอยู่อีก ๒ องค์คือ

    - หลวงพ่อพรหม วัดช่องแคอำเภอ ตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ยุค พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ท่านไปหาหลวงพ่อพรหมบ่อยๆ มาก ท่านบอกว่าท่านไปเรียนวิชากับหลวงพ่อพรหม แต่ท่านไม่ได้บอกว่าไปเรียนวิชาอะไร แต่ที่รู้ๆ หลวงพ่อพรหมรักใคร่ในตัวหลวงพ่อโอดมาก ถึงกับยอมมาปลุกเสกวัตถุมงคลให้ที่พระอุโบสถวัดจันเสน ซึ่งหลวงพ่อพรหมท่านไม่เคยยอมไปปลุกเสกนอกวัดช่องแคเลยศาสนาพุทธ

    - หลวงพ่อเชน วัดสิงห์ ตำบล ทับยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ท่านไปอยู่เรียนกับหลวงพ่อเขน ที่วัดสิงห์เลย ท่านบอกว่า ท่านไปเรียนวิชาทำตะกรุดซึ่งหลวงพ่อเชน ท่านเก่งมากในเรื่องการทำตะกรุดโทน

    ดังนั้นจึงพอสรุปได้ว่า พระอาจารย์ที่หลวงพ่อโอด ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนไสยเวท พุทธาคม มีอยู่ ๔ องค์คือ
    ๑. หลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
    ๒. หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
    ๓. หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
    ๔. หลวงพ่อเชน วัดสิงห์ ตำบลทับยา อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

    ด้านวิปัสนากรรมฐาน

    หลวงพ่อโอดท่านเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทางด้านการปฏิบัติมาก ท่านศึกษามาจาก หลวงพ่อรุ่ง ต่อมาท่านได้ไปศึกษาต่อที่สำนักวิปัสนากรรมฐาน วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ และต่อมาในปี ๒๕๐๕ ท่านได้ไปศึกษาต่ออีกที่วิเวกอาศรม จังหวัดชลบุรี จนท่านมีความชำนาญ และมีพลังจิตที่กล้าแข็ง สามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอดีต และในอนาคตอย่างแม่นยำ ในระหว่าง พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ท่านได้เปิดสำนักสอนวิปัสนากรรมฐานขึ้นที่วัดจันเสน โดยท่านเป็นผู้สอน และในระยะเวลาที่เข้าพรรษาท่านจะนั่งปฏิบัติของท่านติดต่อกัน๗ วัน โดยไม่ลุกออกมาจากกุฏิเลย ผมในวัยที่ท่านชราภาพและป่วยก็จะปฏิบัติของท่านอยู่เสมอ ในตอนกลางคืนและตอนเช้ามืด แม้จะป่วยอยู่ในโรงพยาบาลก็ตาม

    ลูกอม และ สีผึ้ง สุดยอดวัตถุมงคล

    วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงมานานที่สุดของท่านคือ ลูกอม และสีผึ้ง ซึ่งท่านสร้างตามตำรับของหลวงพ่อรุ่ง มีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดและคงกระพันอยู่พร้อม ลูกอมในสมัยหลวงพ่อรุ่งนั้นท่านบอกว่าจะต้องใช้วัสดุต่างๆ คือ ๑) ดิน ๗ เมือง ๒) ขี้ตะไคร่เรือจ้าง ๗ ท่า ๓) ขี้ตะไคร่เสาตะลุงช้าง ๗ เสา ๔) รังนกหัวหงอก ๕) ดินอุดโพรงนกเหงือก ๖) เทียนวิปัสสนา ๗) หนังสือ แต่ ในสมัยของท่านวัสดุบางอย่างหายากมาก จึงต้องใช้อย่างอื่นแทน และในการปลุกเสกทุกครั้ง ท่านจะนำเม็ดลูกอมของหลวงพ่อรุ่ง มาผสมปลุกเสกด้วยเสมอสีผึ้งและลูกอมวัดจันเสนนี้โด่งดังมาก ท่านเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ท่านสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกเพียง ๓ ลูกเท่านั้น และนำติดตัวไปด้วยเสมอ ต่อมาท่านมีกิจนิมนต์ ท่านจึงไปพร้อมกับพระครูพยอม วัดราษฎร์บำรุง ตำบลน้ำตาล อำเภออินทร์บุรี ได้ไปยืนคอยเรืออยู่ริมแม่น้ำ เรือผ่านไปมาไม่มีแวะรับท่านสักลำ จนเวลาจะไม่ทันงานที่เขานิมนต์ ท่านจึงนำลูกอมที่ท่านสร้างมาเสกภาวนา พร้อมอธิษฐานว่าถ้าเรือมาขอให้จอดรับท่าน วิ่งไปจนระยะคุ้งน้ำงเลี้ยวกลับมารับท่านทั้งสอง เมื่อนิมนต์ท่านขึ้นเรือแล้วท่านก็ถามว่า "เมื่อกี้ทำไมไม่จอดรับต้องเลยไปก่อน" คนขับเรือตอบว่า "พอผมเลยไปถึงข้างหน้าแล้วพึ่งนึกขึ้นได้ว่าท่านทั้งสองจะไปไม่ทันฉันเพล จึงย้อนกลับมารับ" ดังนั้นการสร้างลูกอมจากวัดจันเสนจึงมีมาจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้จะสิ้นหลวงพ่อโอดไปแล้ว แต่ท่านพระครูนิวิฐธรรมขันธ์ (เจริญ) ก็ได้รับการถ่ายทอดวิชานี้ไว้จากหลวงพ่อโอดไว้ จนมีความสามารถที่จะสร้างแจกแก่บรรดาผู้ที่ยังต้องการลูกอมของวัดจันเสนอยู่

    ทรายเสกที่ศักดิ์สิทธิ์

    ในห้องพระหลวงพ่อนาค วัดจันเสน จะมีกระถางธูปขนาดใหญ่ใส่ทรายไว้ตลอดเวลา ประชาชนที่มากกราบไหว้หลวงพ่อนาค และหลวงพ่อโอด จะต้องนำถุงใส่ทรายในกระถางธูปนี้กลับบ้านทุกคน เพราะทรายในกระถางธูปนี้ หลวงพ่อโอดท่านจะทำการปลุกเสกในตอนกลางคืนของทุก ๆ คืน เชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการคุ้มครองป้องกันไฟ โจรผู้ร้าย และภูตผีปีศาจ ได้อย่างดี วันหนึ่ง ๆ จะมีผู้นำทรายจากวัดจันเสนไปเป็นจำนวนมาก แม้ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีผู้มานำทรายไปอยู่เช่นเดิม ท่านพระครูนิวิฐธรรมขันธ์ (เจริญ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ท่านจะทำการเสกไว้ในตอนกลางคืนทุก ๆ คืน ท่านได้รับการถ่ายทอดจากหลวงพ่อโอดไว้เช่นกัน

    ภาพยนตร์ ลิเก ต้องจ้างให้เลิก

    วัดจันเสนปกติจะมีงานประจำปีเพียงปีละ ๓ ครั้งเท่านั้นคือ ๑. งานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อโอด ๒. งานวันสงกรานต์
    ๓. งานวันลอยกระทง ในงานประจำปีทุกครั้ง สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับงานนี้คือ ภาพยนตร์และลิเก ซึ่งที่วัดจันเสนนี้ ไม่เหมือนที่วัดอื่น ๆ เพราะ ภาพยนตร์ ลิเก ที่มาแสดงในวัดนี้ จะต้องจ้างให้เลิกแสดงทุกครั้งในวันสุดท้ายของงาน หากว่าหลวงพ่อโอดท่านไม่จ้างให้เลิกเล่นแล้ว ทั้งภาพยนตร์ ลิเก ก็จะเล่นอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะเช้า สายเพียงใด และเป็นเช่นนี้มากกว่า ๒๐ ปี แล้ว เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ ภาพยนตร์ ลิเก และประชาชนทั้งหลายเชื่อมั่นกันว่า จำนวนเงินที่หลวงพ่อโอดท่านจ้างให้เลิกแสดงนั้น จะไปตรงกับหวยที่ออกในงวดนั้น ๆ เสมอ

    มีเมตตาสูงยิ่ง

    หลวงพ่อโอดท่านเป็นพระที่มากด้วยเมตตา ท่านตัดแล้วซึ่งโกรธ โลภ หลง วันหนึ่ง ๆ ท่านจะนั่งคอยรับแขก อยู่ทั้งวัน ใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใจไปหาท่าน ท่านก็จะให้คำแนะนำที่ดีแก่เขาเหล่านั้น ไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะเป็น คนรวย คนจน ท่านอนุเคราะห์ให้แก่เขาเหล่านั้นเสมอกันทุกคน มีบางคนขึ้นไปขอเงิน ขอข้าวของต่างๆจากท่าน ท่านก็ให้โดยมิได้หวงแหน บางคนนำของมาเสนอขายให้ท่าน ท่านก็ซื้อไว้ทั้งที่รู้ว่าเป็นของไม่ดี เช่นนำพระเครื่อง พระบูชา มาให้ท่านเช่า ท่านก็มีเมตตาเช่าไว้ โดยท่านพูดว่า เมื่อชาติก่อนติดค้างเขาไว้ ชาตินี้เขาจึงต้องตามมาทวงคืน ให้ๆ เขาไปเถิดจะได้ไม่ต้องติดค้างกันอีก ในการพูดคุยกับญาติโยมที่มาหาหรือว่ากล่าวใคร ท่านยิ้มอยู่เสมอ แม้แขกมานั้นจะจู้จี้ พูดมาก จนน่าเบื่อเพียงแค่ไหน ท่านก็ไม่มีอาการให้เห็นว่าท่านรำคาญหรือรังเกียจเขาเหล่านั้น แต่จะยิ้มเสมอ ผู้เขียนยังไม่เคยเห็นท่านแสดงอาการโกรธ หรือดุด่าว่ากล่าวใครเลย นับว่าท่านมีเมตตาสูงยิ่ง

    หลวงพ่อโอด พระครูวิสัยจริยคุณ (วิสุทธิ์ ปัญญาธโร) วัดจันเสน

    อาพาธและมรณภาพ

    หลวงพ่อโอดท่านป่วยด้วยโรคเบาหวานมานานนับสิบๆปี แต่ท่านก็ใช้พลังจิตของท่าน ข่มกลั้นความเจ็บป่วยนั้นมาตลอด ไม่หนักหนาจริงๆ ท่านจะไม่ยอมให้พาท่านไปโรงพยาบาลเลย จนบั้นปลายของชีวิต อาการเบาหวานของท่านกำเริบมาก จนเท้าของท่านบวมอยู่ตลอดเวลา คณะกรรมการวัดและศิษย์ของท่าน ก็นำท่านไปรักษาที่กรุงเทพฯ บ้าง ที่บ้านหมี่บ้าง แต่ท่านเองก็ไม่ค่อยจะยอมไปเพราะท่านเกรงใจเขาเหล่านั้นที่จะต้องมาเสียค่า ใช้จ่ายในการรักษาท่าน จนครั้งหลังสุดอาการเบาหวานของท่านกำเริบมากจนไตไม่ทำงาน ต้องนำเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ เพื่อล้างไต เมื่ออาการดีขึ้นท่านก็ขอให้ท่านกลับวัด มาอยู่จันเสนได้ไม่นานอาการของท่านทรุดลงอีก คณะศิษย์จึงนำท่านไปรักษาที่โรงพยาบาลบ้านหมี่ ท่านอยู่ ที่โรงพยาบาลบ้านหมี่ได้ไม่นาน ท่านก็มรณภาพด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๓๒ เวลา ๒ ทุ่มเศษ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งเป็นวันอาสาฬบูชา ประชนชนชาวจันเสนและใกล้เคียง ต่างเศร้าโศกเสียใจ อาลัยในมรณภาพของท่านมาก ทางคณะกรรมการวัดได้เคลื่อนศพของท่านจากโรงพยาบาลบ้านหมี่ มายังวัดจันเสน มีประชาชนเข้าร่วมขบวนแห่มากมายเป็นประวัติการณ์ปัจจุบันร่างของท่านยังอยู่ ที่ตึกนิสิตสามัคคี เปิดให้ประชนชนทั่วไปได้สักการบูชาทุกๆ วัน สิริรวมอายุได้ ๗๒ ปี ๖ เดือน ๑๙ วัน ๕๐ พรรษา

    มณฑปวัดจันเสน

    เมื่อบั้นปลายชีวิตของหลวงพ่อโอด ท่านมีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะสร้างมณฑป บรรจุพระธาตุซึ่งท่านมีอยู่ โดยมีโครงการว่า ตัวมณฑปจะใช้เป็นที่บรรจุพระธาตุ ส่วนชั้นล่างจะใช้เป็นที่ประชุมสงฆ์ และเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บวัตถุโบราณของเมืองจันเสน ท่านได้มอบหมายให้ คุณประสิทธิ์ โตวิวัฒน์ เป็นผู้ติดต่อกับสถาปนิกออกแบบแปลนมณฑป และจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น "รุ่นสร้างมณฑป" ขึ้น เมื่อวัตถุมงคลรุ่นนี้สร้างเสร็จท่านก็ปลุกเสกให้เป็นอย่างดีทุกคืน ท่านพูดเป็นนัยว่า ปลุกเสกนี้ให้เต็มที่เลยเพราะคงจะเป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว เมื่อปรับพื้นที่ที่จะทำการก่อสร้างมณฑปเสร็จแล้ว ท่านก็ได้เป็นประธานในการวางศิลาฤกษ์ เมื่อช่างได้ทำการลงเสาเข็มรากฐานมณฑปเสร็จไม่นานท่านก็มรณภาพ การก่อสร้างเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เมื่อพระครูนิวิฐธรรมขันธ์(เจริญ) ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจันเสน ต่อจากหลวงพ่อโอดท่านจึงได้ดำเนินการก่อสร้างต่อ ปัจจุบันแล้วเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว นับเป็นสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม และเด่นเป็นสง่าแห่งหนึ่งของวัดจันเสน

    ข้อมูลอ้างอิงจาก : soonphra.com

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญแจกทานหลวงพ่อโอดวัดจันเสนออกวัดกกก้าว ปี ๒๕๓๒ สภาพสวยผิวเดิมๆครับ

    ...ให้บูชา 150 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ
    IMG_20260610_231840.jpg IMG_20260610_231907.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มิถุนายน 2026 at 10:20
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,467
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1781191951722.jpg

    พระผง พุทธชยันตี ปี ๒๕๕๖ อายุ ๑๐๒ ปี
    หลวงปู่เคยบอกกับศิษย์ฆารวาสหลังพิธีปลุเสกว่ารุ่นนี้นึกถึงพระพุทธเจ้ามากเลยฤทธิ์เพิ่มในการเสกเยอะ

    พุทธชยันตี ๑๐๒ ปี

    หลวงปู่ผาด ฐิติปัญโญ

    ...เรื่องเล่า พุทธชยันตี ๑๐๒ ปี หลวงปู่ผาด..
    มีอยู่ครั้งหนึ่งศิษย์ฆารวาสท่านหนึ่งได้เรียนถาม
    พระรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์เอกสายเวทย์อีกรูปหนึ่งของ
    หลวงปู่ว่าทำไมวัตถุมงคลของหลวงปู่รุ่นอื่นๆต่าง
    ก็วิ่ง(มีราคา)กันครับแต่ทำไหมรุ่นพุทธชยันตีกับนิ่ง
    เงียบท่านหัวเราะ..
    ก่อนเอ่ยว่าหลวงปู่เคยบอกกับท่านหลังพิธีปลุกเสกว่ารุ่นนี้นึกถึงพระพุทธเจ้า
    มากเลยฤทธิ์เพิ่มในการเสกเยอะ...
    ....ศิษย์ฆารวาสฉงนแล้วยังไงครับท่านพระอาจารย์..
    พระอาจารย์...อมยิ้มแล้วตอบมาด้วยความเมตตา
    ว่าคือผู้ที่จะได้ครอบครองของที่ศักดิ์สิทธิ์คือต้องเป็นผู้มีบุญเท่านั้นเมื่อบุญไม่ถึงก็ไม่ชอบไม่เช่าส่วนมากเห็นแต่เช่าไปฝากนายฝากเพื่อนนั้นละคำตอบที่โยมต้องการ

    (ขออนุญาตเจ้าของเรื่องและกราบขออนุญาตพระ
    อาจารย์มา ณ โอกาสนี้ )
    ....เพื่อการเผยแผ่บารมีหลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด..

    หลวงปู่ผาด วัดบ้านกรวด ท่านเป็นพระที่รักสันโดษ ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ท่านได้ปฏิเสธในการสร้างวัตถุมงคลมาโดยตลอด แต่บรรดาศิษยานุศิษย์ได้รบเร้าหลวงปู่ว่า มีผู้เลื่อมใสศรัธาในตัวหลวงปู่ประสงค์อยากจะได้พระเครื่องวัตถุมงคลของหลวงปู่ผาดไว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิต ทุกลมหายใจเข้าออกท่านกำหนดจิตด้วยกรรมฐานมีสติอยู่เสมอ วัตถุมงคลที่ผ่านการอธิฐานจิตจากท่านจึงทรงความศักดิ์สิทธิ์ทั้งบุญญาฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ดุจมีแก้วสารพัดนึก ใครมีโอกาส ได้ครอบครองก็ขอให้เก็บไว้บูชาดีๆเพราะท่านเคยพูดกับศิษย์บ่อยๆว่า “อีกหน่อยพระของเราจะเป็นเพชร” จากอมตะวาจาของหลวงปู่ผาดอนาคต

    ประวัติ หลวงปู่ผาด ฐิติปัญโญหรือพระครูวิบูลย์ปัญญาวัฒน์ มีนามเดิมว่าผาด นามสกุล ดิบประโคน เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2455(ตามเอกสารที่ออก แต่ที่จริงท่านเกิดก่อนนั้น 2 ปี คือ ปี 2453 จากคำบอกกล่าวของท่าน เพราะเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วยังไม่มีการทำเอกสารการเกิดอย่างชัดเจน) ณ บ้านกรวด เลขที่ 36 หมู่ 3 ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย บิดาคือ นายเอี้ยง เสาเปรีย มารดาคือนางเตียบ นามสกุลเดิม ดิบประโคน อาชีพกสิกรรม มีพี่น้องทั้งหมด 4 คนล้วนเป็นชายคือ 1.นายนาค เสาเปรีย(ถึงแก่กรรมแล้ว) 2.นายเพือ เสาเปรีย(ถึงแก่กรรมแล้ว) 3.นายผาด (หลวงปู่ผาด) 4. นายมนต์ เสาเปรีย
    ชีวิตในวัยเด็กหลวงปู่ผาด ท่านเป็นเด็กเรียบร้อย อยู่ในโอวาทบิดามารดามากไม่เคยนำความทุกข์ร้อนลำบากใจมาสู่ครอบครัว ท่านเป็นคนขยันขันแข็งช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้าน ทั้งหุงหาอาหาร เลี้ยงควาย ตามประสาครอบครัวชนบทที่ยังห่างไกลความเจริญ ดังนั้นหลวงปู่ผาดและพี่ๆน้องๆจึงไม่มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนด้วยยังไม่มีโรงเรียนเปิดสอน
    ก่อนที่หลวงปู่ผาดจะบวชเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ หลวงปู่ได้ช่วยงานทางบ้านจนอายุได้ 18 ปี จึงขออนุญาตบิดาและมารดา บรรพชาเป็นสามเณร บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดประทุมทอง ตำบลทุ่งมล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ราว พ.ศ.2472 ท่านได้ศึกษาอักษรขอมเป็นส่วนมากเพราะภาษาไทยยังไม่แพร่หลายเข้ามายังชายแดนที่ห่างไกลความเจริญแถบนั้นมากนัก หลวงปู่ผาดอยู่ศึกษาหาความรู้ที่วัดประทุมทอง 2 ปี จึงลาสิกขาบท ด้วยโยมพ่อท่านได้ล่วงลับทิ้งให้โยมแม่เป็นผู้แบกภาระแต่ผู้เดียวหลวงปู่ผาดในสมัยนั้นจึงได้ลาสิกขาบทแล้วไปทำไร่ ทำนา ในบางครั้งที่ร่างกายท่านรับสภาพไม่ไหว ก็ผลัดเปลี่ยนกับพี่น้องแต่กระนั้นท่านก็ไม่เคยปริปากบ่น ท่านช่วยแบ่งเบาภาระโยมแม่อีก 3 ปีจนหลวงปู่อายุได้ 22 ปี ท่านจึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา
    ท่านจึงได้อุปสมบทที่วัดบ้านกรวด ตำบลปังกู อำเภอประโคนชัย(สมัยนั้น) จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2476 ได้รับฉายาว่า " ฐิติปญฺโญ " โดยมีพระครูบริหารกิจโกศล (มอก) วัดจำปา ตำบลประโคนชัย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพระอุปัชฌาย์(ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอประโคนชัยด้วย) มีพระปลัดพอก เจ้าอาวาสวัดโคน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเนียด วัดจันดุม อำเภอประโคนชัย เป็นพระอนุสาวนาจารย์
    เมื่ออุปสมบทแล้วหลวงปู่ผาดได้จำพรรษาที่ วัดบ้านกรวด ตำบลปังกู อำเภอประโคนชัย(สมัยนั้น)จังหวัดบุรีรัมย์ ในตอนนั้นมีหลวงพ่อหริ่ง อินฺทวํโส เป็นเจ้าอาวาส หลวงปู่ผาดได้อยู่ศึกษาพระธรรมวินัยในวัดบ้านกรวด 4 พรรษา ได้มีศรัทธาญาติโยมจากบ้านอำปึล เขตอำปึล จังหวัดปันเตียนเมียนเจย ประเทศกัมพูชา มานิมนต์พระจากฝั่งไทยไปจำพรรษาที่วัดอำปึล หลวงพ่อหริ่งจึงได้ให้ท่านไปจำพรรษาอยู่ที่นั่น เพื่อเป็นการฉลองศรัทธาของญาติโยม หลวงปู่ผาดจึงได้เก็บอัฐบริขารแล้วกราบลามุ่งสู่วัดบ้านอำปึล ใช้เวลาเดินทางด้วยการเดินเท้า 1 วันเต็มตามเส้นทางป่าเขาลำเนาไพรที่แสนวิเวกและสงบหลวงปู่ผาดอยู่โปรดญาติโยมฟากโน้นพอสมควรร่วม 8 ปี ท่านจึงเดินทางกลับมาจำพรรษาที่วัดบ้านกรวดแต่ก็ยังเมตตาไปโปรดสาธุชนบ้านอำปึลอีกเป็นครั้งคราว จึงถือกันว่าหลวงปู่ผาดท่านเป็นอรหันต์ 2 แผ่นดิน
    หลวงปู่ผาดหลังจากบวชแล้ว ท่านได้เดินธุดงค์จาริกไปยังสถานที่ต่างๆรวมทั้งประเทศเขมรและใช้เวลาในการจำพรรษาอยู่ในประเทศเขมรหลายปี จนเป็นที่เคารพนับถือของคนในแถบนั้น ท่านได้ช่วยสร้างวัดและอุโบสถบริเวณแถบปราสาทบันเตยชมาร์หรือบันทายฉมาร์ เพราะความเป็นที่เคารพนับถือจากชาวบ้านเป็นจำนวนมาก จากคำบอกเล่าท่านได้ถูกทหารฝรั่งเศสจับตัวกักขังไว้ ต่อมาปรากฏว่าท่านได้หายสาบสูญไปจากสถานที่กักขัง โดยเป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง ชาวบ้านท้้งสองดินแดนต่างเคารพยกย่องนับถือท่าน จนเป็นที่มาของสมญานามว่า พระอรหันต์ 2 แผ่นดิน(
    ปราสาทบันทายฉมาร์ ตั้งอยู่ใน อ.ทมอพวก จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา การเดินทางจากเมืองไทยที่สะดวกที่สุด ข้ามแดนที่ จ. สระแก้ว ด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต)
    เมื่อหลวงปู่ผาด ท่านได้มาจำพรรษาที่วัดบ้านกรวดได้ 6 พรรษา ราวปี 2513 หลวงปู่จึงได้สร้างวัดบ้านตาอี หมู่ที่ 15 โดยมีหลวงพ่อทอง อโสโก วัดจระเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ,หลวงพ่อแป๊ะ กนฺตสีโล พร้อมด้วยญาติโยมบ้านตาอี บ้านโคกเบง บ้านเขาดินใต้ เป็นผู้สนับสนุน หลวงปู่ผาดได้จำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านตาอี พร้มดำรงค์ตำแหน่งเจ้าอาวาสเป็นเวลา 10 ปี มีการก่อสร้างถาวรวัตถุอาทิ ศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฏิที่พักสงฆ์อีก 7 หลัง ขุดสระน้ำ ซึ่งการก่อสร้างได้ลุล่วงไปด้อย่างรวดเร็ว
    ต่อมาหลวงปู่ผาดและหลวงพ่อแป๊ะ ได้เริ่มสร้างวัดตาปาง หมู่ที่ 7 ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ได้สร้างศาลาการเปรียญ 1 หลัง กุฎิที่พักสงฆ์ 2 หลัง โดยมีหลวงตาดิน รักษาการเจ้าอาวาส จากนั้นหลวงปู่ผาด ได้ริเริ่มสร้างวัดปราสาททอง ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านได้เป้นหัวเรี่ยวหัวแรงสร้าง โรงครัว 1 หลัง กุฎิที่พักสงฆ์ 1 หลังถือได้ว่าหลวงปู่ผาดท่านเมตตาเป็นผู้สร้างประโยชน์ต่อพระศาสนาโดยแท้ ในช่วงที่หลวงปู่ผาดเป็นเจ้าอาวาสวัดตาอีอยู่นั้น พอปี พ.ศ.2520 พระครูเขมวัตรวิธูร(หลวงพ่อหรีก)เจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด ได้มรณภาพลงทำให้วัดว่างจากเจ้าอาวาส มีเพียงพระอาจารย์ภาพ โกสโล พรรษา 10 และพระอาจารย์พรชัย โอภาโส พรรษา 8 ช่วยกันดูแลปกครองพระเณรในวัด พระเณรในวัดพร้อมด้วยอุบาสกอุบาสิกาจึงได้ไปกราบอาราธนานิมนต์หลวงปู่ผาดกลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านกรวด ญาติโยมทางบ้านตาอีทักท้วงต่อมาจึงได้ยินยอม แต่ขอหลวงปู่อย่าได้ทิ้งวัดตาอี คือให้หลวงปู่เป็นเจ้าอาวาสทั้ง 2 วัดแรกๆท่านไปๆมาๆแต่ภายหลังท่านได้มอบหมายให้ หลวงพ่อนิน อนุตฺตโร ปกครองวัดตาอีแทนท่าน หลวงปู่ผาดจึงได้จำพรรษาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านกรวดนับแต่นั้นมา หลวงปู่ผาด ฐิติปณฺโญ เป็นอมตเถราจารย์อิสานใต้ 5 แผ่นดิน
    คนห้าแผ่นดิน ในที่นี้ หมายถึงคนที่มีชีวิตอยู่ในพระราชอาณาจักรไทย ภายใต้ร่มบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทย 5 รัชกาล
    คนห้าแผ่นดิน ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันหมายถึงคนที่เกิดหรือเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คือ ก่อนเวลา 00.45 นาฬิกาของเช้าวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 และยังมีชีวิตอยู่ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ เท่ากับว่าคนนั้นจะมีชีวิตอยู่ใน 5 แผ่นดิน คือ อยู่ในแผ่นดิน
    - สมเด็จพระปรมินทรามหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    - พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรามหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
    - พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
    - พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลฯ
    - พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
    ถ้านับอายุถึงปี พ.ศ.2550 โดยถือเอาเวลาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม วันกลางปีเป็นหลัก คนห้าแผ่นดิน ตามความหมายที่กล่าวมาข้างต้นก็จะมีอายุตั้งแต่ 96 ปี 8 เดือน 8 วันขึ้นไป มีพรรษากาลกว่า 100 ปี มีจิตตานุภาพอันแก่กล้าจนแม้แต่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ เทพเจ้าแห่งด่านขุนทด ยังกล่าวยกย่องกับญาติโยมที่มากราบท่านว่า ให้ไปกราบหลวงปู่ผาด ทั้งยังเรียกหลวงปู่ผาดว่า หลวงพ่อใหญ่ แม้หลวงปู่ผาด จะมีพรรษากาลสูง แต่ท่านยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงผิดกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ท่านเป็นพระที่พูดน้อย มักน้อย ไม่ฝักใฝ่ในลาภยศ นิยมในการถือสันโดษ ดำรงตนอย่างเรียบง่าย มีเมตตาไม่มีประมาณ วัตถุมงคลที่ท่านสร้างและปลุกเสกให้ล้วนมีประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์รับรู้กันในหมู่คนที่นับถือท่านอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียว หลวงปู่ผาด ท่านได้มรณะภาพในวันที่ 5 มกราคม 2558 เวลา 11.58 น. รวมอายุได้ 105 ปี 8 เดือน 2 วัน 85 พรรษา ที่จริงอาจารย์ของหลวงปู่ผาดชื่อหลวงปู่ริง สุวรรณโชติองค์ที่หลวงปู่ผาดยืนยันว่าเป็นเพื่อนคู่หูกับหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง แต่บางทีเข้าใจว่าชื่อหรีก อินทวังโส แต่หลวงปู่หรีกฉายาจริงๆคือ อินทปัญโญ หรือพระครูเขมวัตรวิธูร เจ้าอาวาสองค์ก่อนเพื่อนแท้ๆของหลวงปู่ผาด ในเหรียญหลวงปู่หริ่งช่างแกะ เขียนฉายาผิด เป็นอินทวัง โส ซึ่งวัดบ้านกรวดสร้างแจกงานถวายเพลิงท่านประมาณปี2520

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ยกชุด ๒ องค์
    ๑.พระผงรูปเหมือนพุทธชยันตี อายุ ๑๐๒ ปี
    ๒.รูปถ่ายหลังติดสายสิญจน์และจีวร

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ
    ปิดรายการ

    IMG_20260611_224030.jpg IMG_20260611_224057.jpg IMG_20260611_224116.jpg IMG_20260611_224134.jpg IMG_20260611_224152.jpg IMG_20260611_224208.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มิถุนายน 2026 at 01:45
  6. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,467
    ค่าพลัง:
    +21,469
    FB_IMG_1781202385012.jpg FB_IMG_1781202389712.jpg FB_IMG_1781202392112.jpg FB_IMG_1781202397442.jpg FB_IMG_1781202400718.jpg FB_IMG_1781202411093.jpg FB_IMG_1781202414031.jpg FB_IMG_1781202417274.jpg FB_IMG_1781202421206.jpg FB_IMG_1781202426048.jpg

    พระดี พิธีเด่น เข้มขลัง ไม่หนักคอ

    วันที่ 12 เมษายน 2560 ครบรอบ 26 ปี ในการสร้างรูปหล่อหลวงพ่อพัน องค์ใหญ่(เท่าคนจริง) ปี2534

    พิธีปลุกเสกใหญ่ที่สุดของวัดบ้านสร้าง ในยุคของหลวงพ่อจวน ต้องพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล รุ่น "วันกตัญญู" รุ่นนี้เลยครับ และนอกจากนี้ ท่านยังได้มีการสร้างวัตถุมงคลเอาไว้หลายแบบ อาทิ

    1.รูปหล่อหลวงพ่อพัน ขนาดเท่าคนจริง1องค์ และขนาด 5"นิ้ว

    2.พระกริ่ง มีทั้งเนื้อเงินและเนื้อโลหะผสมหรือเนื้อนวะเก้า บางท่านเรียกเนื้อทองฝาบาตร เนื่องจากผสมโลหะหลายชนิด

    3.พระชัยวัฒย์ มีสามเนื้อ ทองคำ,เงิน และเนื้อโลหะผสมหรือเนื้อทองฝาบาตร

    4.เหรียญหลวงพ่อพัน ปี2534 (เสมา)มีทั้ง เงินและทองแดง

    5.รูปหล่อหลวงพ่อพันขนาดห้อยคอ มีเนื้อ ทองคำ,เงิน,ทองแดงรมดำ

    ทั้งหมดนี้สร้าง เนื่องใน วันกตัญญู เพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึง หลวงพ่อพัน วัดบ้านสร้าง อดีตเจ้าอาวาส ผู้เป็นที่รักของลูกศิษย์และชาวบ้านตำบลบ้านสร้างและท้องที่ใกล้เคียง

    อีกทั้งยังมีเกจิที่ร่วมปลุกเสกอย่างคับคั่งในพิธี อาทิ

    1.สมเด็จพระมหาธีรจารย์ (หลวงพ่อนิยม) วัดชนะสงคราม จ.กรุงเทพฯ ประทานจุดเทียนชัย

    2.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (หลวงพ่อพุฒ) วัดสุวรรณาราม จ.กรุงเทพฯ ดับเทียนชัย

    3.หลวงปู่บุดดาวัดกลางชูศรี จ.สิงบุรี

    4.หลวงพ่อลำใยวัดทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี

    5.หลวงเชิญวัดโคกทอง อ.ผักไห่ จ.อยุธยา

    6.หลวงพ่อดีวัดพระรูป จ.สุพรรณบุรี

    7.หลวงพ่อผันวัดแปดอาร์ จ.สระบุรี

    8.หลวงพ่ออุตะมะวัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี

    9.หลวงพ่อจวนวัดบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.อยุธยา

    10.หลวงพ่อเลิศวัดชุมพล อ.บางปะอิน จ.อยุธยา

    11.หลวงพ่อไสยวัดคานหาม อ.อุทัย จ.อยุธยา

    12.หลวงพ่อแสวงวัดลาดทราย อ.วังน้อย จ.อยุธยา

    13.หลวงพ่อสวัสดิ์วัดศาลาปูนวรวิหาร อ.อยุธยา จ.อยุธยา

    14.หลวงพ่อไวย์วัดพนัญเชิงวรวิหาร อ.อยุธยา จ.อยุธยา

    15.หลวงพ่อเพิ่มวัดป้อมแก้ว อ.บางไทร จ.อยุธยา

    16.หลวงพ่อเฉลิมวัดพระญาติการาม อ.อยุธยา จ.อยุธยา

    พระรุ่นนี้ถือว่าเป็นของดีราคาถูก ที่ไม่ควรมองข้ามครับ ห้อยแล้วไม่หนักคอฟรีๆ เป็นแน่ครับ พุทธคุณนั้นครอบจักรวาล ดูจากพระที่นั่งปรกในพิธีก็รู้ครับว่าดีแค่ไหน ไม่ทำเล่นๆแน่นอนครับ

    ประวัติหลวงพ่อจวนวัดบ้านสร้าง
    พระครูวิโรจน์ธรรมรัตน์ (จวน เวโรจโน) อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านสร้าง สกุลเดิม ไวยสุภีร์ เกิดเมื่อวันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2455 ที่ตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โยมบิดาชื่ออ่อง โยมมารดาชื่อแห อุปสมบทเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2476 ณ วัดบ้านสร้าง โดยมีพระครูนิเทศธรรมกถา(หลวงพ่อพัน)เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์จวน ได้ศึกษาวิทยาอาคม จากหลวงพ่อพันผู้เป็นอาจารย์ (ยอดคณาจารย์สายวังน้อย) และหลวงพ่อออด วัดบ้านช้าง(ศิษย์พี่ร่วมอาจารย์เดียวกัน) หลวงพ่อจวนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านสร้างต่อจากพระครูปิยะ ในปี 2517และได้พระบรมราชานุญาติ ให้รับพระราชทานพระครูชั้นเอก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2536 หลวงพ่อจวนนอกจากท่านจะเป็นพระเกจิแล้วท่านยังเป็นพระนักพัฒนาอีกด้วย ท่านได้สร้างถาวรวัตถุไว้มากมาย และเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านมากมาย ในช่วงที่หลวงพ่อจวนมีชีวิตอยู่จะมีประเพณีแห่พระเกิดขึ้นทุกวันที่ 15 เมษายนของทุกปีหรือวันสงกรานต์นั่นเอง ชาวบ้านในหมู่บ้านจะต้องทำการนำรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาสมาจัดขบวนแห่ไปตามชุมชนต่างๆเพื่อให้ชาวบ้านได้ทำการสักการะ มีขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ หรือจะแฝงไปด้วยความสามัคคีของคนในชุมชนก็เป็นไปได้เพราะวัดคือศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านทุกๆคน
    หลวงพ่อจวนนอกจากสร้างถาวรวัตถุแล้ว ท่านยังสร้างวัตถุมงคลหรือพระเครื่องต่างๆไว้หลายๆ อย่างอีกด้วย ในช่วงวาระท้ายๆของการปลุกเสกพระเครื่องของท่านนั้น ท่านยังได้พระเกจิอาจารย์ทรงวิทยาอาคมอีกหลายต่อหลายรูปมาร่วมในการปลุกเสกพระเครื่องของท่าน
    หลวงพ่อจวน เวโรจโน มรณภาพด้วยอาการสงบเมื่อวันที่13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2542 สิริอายุรวมได้ 88 ปี 66 พรรษา นับว่าเป็นการสูญเสียเจ้าอาวาสวัดบ้านสร้างที่ดีรูปหนึ่งไป

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระชัยวัฒน์หลวงพ่อจวนวัดบ้านสร้าง เนื้อโลหะผสมทองฝาบาตร

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ​
    ปิดรายการ
    IMG_20260612_012917.jpg IMG_20260612_012851.jpg IMG_20260612_012940.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 มิถุนายน 2026 at 08:54
  7. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,467
    ค่าพลัง:
    +21,469
    พระผงรูปเหมือนหน้ากากมหาชนวน หน้าอรหันต์ ( หน้าแก่ ) รุ่น " นิรันตราย 77 " ปี ๒๕๕๖ หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

    พระเถราจารย์แห่งแผ่นดิน

    หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด วัดช้างให้

    สมเด็จเจ้าพะโคะหรือหลวงพ่อทวด เป็นที่รู้จักของชาวไทยทุกภูมิภาคในฐานะพระศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิปาฏิหาริย์และอภิญญาแก่กล้าจนได้สมญาว่า “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” ประวัติอันพิสดารของท่านมีเล่าสืบกันมาไม่รู้จบสิ้น ยิ่งนานวันยิ่งซับซ้อนและขยายวงกว้างออกไปกลายเป็นความเชื่อความศรัทธาอย่างฝังใจ

    วัตถุประสงค์ดี

    วิทยุสื่อสาร เพื่อพี่น้อง อรบ/อรม ใจรักชาติ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ..... งานบุญ สุขในหัวใจ

    ฮีโร่ของชาติ ปกป้องผืนแผ่นดินไทย หวังเพียงแค่บ้านเมืองสงบ ในพื้นที่เสี่ยงภัยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา ......

    การจัดสร้างดี

    แบบเหรียญ สวย " คลาสสิค " ด้วยมนต์ขลังแบบเก่าที่ได้รับความนิยม โดยช่างแห่งยุคปัจจุบัน " ช่างหลอด " และทีมงานคุณภาพ ตอกโค๊ตและหมายเลข ชัดเจนในจำนวนสร้าง

    พิธีดี

    " 7 " พิธีศักดิ์สิทธิ์..."สุขในหัวใจ" กับ นิรันตราย๗๗

    พิธีที่ 1 ที่วัดพุทไธศวรรย์ โดยพระเกจิสายอยุธยา
    พิธีที่ 2 ที่วัดโนนไทย โดยพระเกจิสายอีสาน (หลวงพ่อคูณ)
    พิธีที่ 3 ที่สำนักสงฆ์ต้นเลียบ โดยพระเกจิสายใต้
    พิธีที่ 4จังหวัดชลบุรี หลวงปู่ปัญญา ครูบาอริยชาติ หลวงปู่แขก
    พิธีที่ 5 สายตะวันออก หลวงพ่อสิน หลวงพ่อสาคร หลวงพ่อเชย
    พิธีที่ 6 วัดบวรนิเวศ พระอารามหลวง
    พิธีที่ 7วณ อุโบสถวัดท่าพระเจริญพรต

    พิธีที่ 1 " วัดพุทไธศวรรย์ "

    01. หลวงพ่อเฉลิม วัดพระญาติ
    02. หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม
    03. หลวงพ่อหวล วัดพุทไธศวรรย์
    04. พระอาจารย์โชติ วัดพุทไธศวรรย์
    05. หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว
    06. หลวงพ่ออุดม วัดพิชัยสงคราม
    07. หลวงพ่อแม้น วัดหน้าต่างนอก
    08. หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้
    09. หลวงพ่อระเบียบ วัดบ้านอ้อ
    10. หลวงพ่อโฉม วัดตำหนัก
    11. หลวงพ่อสืบ วัดสิงห์
    12. หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฏีทอง
    13. พระอาจารย์ปืน วัดลาดชะโด
    14. พระอาจารย์มนตรี วัดบางแวก
    15. พระอาจารย์สุรสิทธิ์ วัดไทร
    พระอาจารย์จารุวัช วัดคฤหบดี

    พิธีที่ 2 สายอีสาน ศิษย์สายโคราช ( หลวงพ่อคูณ ) ณ อุโบสถ วัดโนนไทย
    01. พระครูอนุวัตรชินวงศ์ หลวงพ่อจอย วัดโนนไทย
    02. พระครูประทุมสารคุณ หลวงพ่ออินทร์ วัดบัว
    03. พระครูวิสารวรกิจ หลวงพ่อบุญส่ง วัดหนองหว้า
    04. พระครูวิภัชธรรมคุณ หลวงพ่อบุญ วัดจระเข้หิน
    05. หลวงพ่อทอง สุทฺธสีโล วัดพระพุทธบาทเขายายหอม

    พิธีที่ 3 ณ สำนักสงฆ์ต้นเลียบ
    01. พ่อท่านหวาน วัดสะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา
    02. พ่อท่านอิ้น วัดทับใหม่ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี
    03. พ่อท่านเอียด วัดโคกแย้ม อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
    04. พระครูอุทัย วัดวิหารสูง อ.เมือง จ.พัทลุง
    05. พระสมุห์วรัญญู เจ้าสำนักสงฆ์ต้นเลียบ จ.สงขลา

    พิธีที่ 4 วัดเนินสุทธาวาส จังหวัดชลบุรี
    01. หลวงปู่ปัญญา วัดหนองผักหนาม
    02. หลวงปู่แขก วัดสุนทรประดิษฐ์
    03. หลวงพ่อชาญ วัดบางบ่อ
    04. หลวงพ่อมาลัย วัดบางหญ้าแพรก
    05. ครูบาอริยชาติ วัดแสงแก้วโพธิญาณ

    พิธีที่ 5 สายระยอง ( ศิษย์สายหลวงปู่ทิม )
    01. หลวงพ่อสิน วัดละหารใหญ่
    02. หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ
    03. หลวงพ่อเชย วัดระหารไร่

    พิธีที่ 6 วัดบวรนิเวศ พระอารามหลวง

    พิธีที่ 7 วัดท่าพระเจริญพรต นครสวรรค์

    01. หลวงพ่อสุนทร วัดท่าพระเจริญพรต

    02. หลวงพ่อชุบ วัดวังกระแจะ จ.กาญจนบุรี

    03. หลวงพ่อแถม วัดช้างแทงกระจาด จ.เพชรบุรี

    04. หลวงพ่อเสน่ห์ วัดพันสี จ.อุทัยธานี

    05. หลวงพ่อสะอาด วัดเขาแก้ว จ.นครสวรรค์

    06. พระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่พระอารามหลวง จ.สมุทรสงคราม

    07. พระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขันธ์ จ.ลพบุรี

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ


    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260613_214913.jpg IMG_20260613_214952.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...