ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‘ตะวันออกกลาง’ นี่แหละ
    จะจุดชนวนทำให้เกิดสงครามล้างโลก
    สิ่งที่เห็นในวันนี้ มันเป็นยกที่ 2
    อันนี้ยังไม่เรียกว่าสงครามใหญ่
    หลังจากนี้เราจะมีชีวิตแบบนี้
    ไปอีกอย่างน้อยเป็น 10 ปี

    - ทวีสุข ธรรมศักดิ์
    ที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์
    และการลงทุนระหว่างประเทศ

    SOURCE : https://www.youtube.com/live/FPYiCNtI2Qg?si=YBl_FkXjL3LC2l6r

    https://www.facebook.com/share/p/18RYQp6x8S/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซัพพลายเชนโลกป่วน
    สินค้าไทยออเดอร์ค้างเติ่ง
    ค่าระวางเรือพุ่งกระฉูด 3 เท่า
    เศรษฐกิจไทยส่อเค้าซบเซา

    สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ราคาน้ำมันที่หลายคนกังวล แต่กำลังสร้างโดมิโนเอฟเฟกต์ที่สั่นคลอนภาคการส่งออกไทยอย่างรุนแรง

    "ถึงแม้สงครามจะหยุดพรุ่งนี้ แต่ความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้ว สินค้าที่ส่งไม่ได้ก็ต้องกองค้างไว้ ผู้ประกอบการต้องหยุดผลิตเพราะไม่มีระวางเรือ นี่คือวิกฤตซัพพลายเชนที่อาจลากยาวเป็นเดือน"

    คุณธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ได้มาร่วมพูดคุยในรายการ THE TOPIC ทาง Money Chat Thailand ชี้ให้เห็นถึงฝันร้ายของผู้ส่งออกไทย ที่กำลังเผชิญหน้ากับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น และความเสี่ยงที่ไม่อาจประเมินได้

    เส้นทางขนส่งอัมพาต! สินค้าไทยติดแหง็ก
    ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญในตะวันออกกลาง กลายเป็นพื้นที่อันตราย บริษัทเดินเรือหลายแห่งปฏิเสธการรับจองสินค้าเข้าสู่ตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิง

    - ค่าระวางเรือพุ่งกระฉูด: หากต้องเดินเรือในเส้นทางที่มีความเสี่ยง บริษัทเดินเรือจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสูงถึง $2,000 - 4,000 ต่อตู้คอนเทนเนอร์ (จากเดิม $1,500 กลายเป็น $5,000 ดอลลาร์)

    - สินค้าไทยกระทบหนัก: แม้สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังตะวันออกกลางจะอยู่ที่ประมาณ 5% (มูลค่าราว 200 ล้านเหรียญต่อปี) แต่สินค้าที่ส่งไปไม่ได้ เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรืออาหารแห้ง ก็ต้องกองค้างสต็อก ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ซัพพลายเชนป่วน! จีนระงับส่งออก ออเดอร์ค้างเติ่ง
    ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่การส่งออก แต่ยังลามไปถึงการนำเข้าวัตถุดิบด้วย เมื่อเส้นทางเดินเรือมีปัญหา การนำเข้าวัตถุดิบจากจีน (ซึ่งไทยพึ่งพาอย่างมาก โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์) ก็หยุดชะงักตามไปด้วย

    - ไม่มีระวางเรือ: แม้จะมีเรือสัญชาติจีนหรือรัสเซียที่ยังพอเดินเรือได้ แต่ก็มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะรองรับความต้องการทั้งหมด ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนระวางเรืออย่างหนัก

    - ลูกโซ่แห่งความเสียหาย: เมื่อไม่มีวัตถุดิบ โรงงานก็ต้องหยุดผลิต เมื่อหยุดผลิต ก็ส่งสินค้าไม่ได้ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
    ต้นทุนพุ่ง... เงินเฟ้อจ่อคอหอย

    นอกจากปัญหาด้านโลจิสติกส์แล้ว "ต้นทุนพลังงาน" คืออีกหนึ่งปัจจัยที่กำลังจะเข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย

    - น้ำมันแพง: หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งของทุกอุตสาหกรรมขยับขึ้นตามไปด้วย
    - เงินเฟ้อมาแน่: เมื่อต้นทุนผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น ภาระก็จะตกอยู่กับผู้บริโภคในรูปแบบของราคาสินค้าที่แพงขึ้นนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูง

    ความหวังอยู่ที่ "การเจรจา" และ "รัฐบาลใหม่"
    คุณธนากร มองว่า ทางออกเดียวที่จะทำให้วิกฤตนี้คลี่คลายลงได้ คือการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด เพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป จะส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาผู้บริโภคทั่วโลก ทำให้เกิดการชะลอการใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างมหาศาล

    คุณธนากร กล่าวทิ้งท้ายว่า "เราคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน จะสามารถปรับจูนประเทศไทยให้เข้ากับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และนำพาประเทศให้ก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปได้"

    รับชมเพิ่มเติม:


    https://www.facebook.com/share/p/1AwcKmyKok/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เพอร์เฟ็ก สตอร์ม"
    เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟด
    เตรียมรับงานอ่วม
    เงินเฟ้อพุ่ง-จ้างงานร่วง

    เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่เปรียบเสมือน Perfect Storm จากภาวะเงินเฟ้อที่ถูกกดดันด้วยต้นทุนพลังงานจากสงครามอิหร่านและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแอลง ทำให้เขาต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากระหว่างการทำตามแรงกดดันทางการเมืองที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ย หรือการคงอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อไม่ให้ลุกลาม

    เควิน วอร์ช ซึ่งคาดว่าจะเข้ารับตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ กำลังก้าวเข้าสู่สมรภูมิเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน นักวิเคราะห์จาก SMBC Nikko Securities เปรียบเปรยสถานการณ์นี้ว่า วอร์ชกำลังจะต้องเผชิญหน้ากับ Perfect Storm เนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจในปัจจุบันบ่งชี้ถึงภาวะเงินฝืดเคืองที่ผสมปนเปไปกับตลาดแรงงานที่เริ่มสั่นคลอน ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดสำหรับผู้กำหนดนโยบายทางการเงินที่ต้องเลือกรักษาเสถียรภาพด้านใดด้านหนึ่งระหว่างการควบคุมราคาสินค้าให้มีเสถียรภาพ และการสนับสนุนการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ
    ความท้าทายหลักที่เฟดกำลังเผชิญคือความเสี่ยงของการเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) ปัจจัยเร่งสำคัญประการหนึ่งมาจากสงครามในอิหร่านที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบของสหรัฐฯ พุ่งทะลุ $100 ไปชั่วขณะเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพยายามให้ความมั่นใจว่าความขัดแย้งทางทหารจะยุติลงในเร็ววัน แต่ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานได้เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ ต้นทุนภาคการผลิตยังทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากกำแพงภาษีของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบัน และที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือราคาปุ๋ยยูเรียที่พุ่งขึ้นถึง 15% นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นและเข้ามาเป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อในระยะต่อไป

    ในขณะเดียวกัน ว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ยังต้องรับมือกับแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักจากประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าต้องการให้วอร์ชผลักดันการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อไม่ใช่ภัยคุกคามหลักต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อีกต่อไป ทว่าภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เองก็ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าหากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงและคอยหนุนให้ตัวเลขเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่น่ากังวล เฟดอาจถูกบีบให้ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะมุ่งเป้าไปที่การจัดการเงินเฟ้อ หรือจะหันมาประคองตลาดแรงงานที่กำลังอ่อนแรงลง

    อีกหนึ่งปัจจัยที่มีความย้อนแย้งในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ คือภาพรวมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ข้อมูลจาก Bank of America ชี้ให้เห็นว่าการใช้จ่ายในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 3.2% ซึ่งสูงที่สุดในรอบกว่าสามปี แต่ความแข็งแกร่งนี้กลับกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้สูงเท่านั้น โดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงมีอัตราการเติบโตของค่าจ้างหลังหักภาษีสูงถึง 4.2% เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เติบโตเพียง 0.6% ซึ่งถือเป็นช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่กว้างที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2015 แม้ตลาดการลงทุนส่วนใหญ่จะประเมินท่าทีของเฟดว่าจะตอบสนองต่อราคาน้ำมันแพงด้วยการชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปจนถึงเดือนกันยายนเป็นอย่างน้อย แต่นักเศรษฐศาสตร์จาก Bank of America กลับมองว่านี่อาจเป็นการคาดการณ์ที่ผิดพลาด และเส้นทางที่หลีกเลี่ยงผลกระทบได้ดีที่สุดสำหรับผู้กำหนดนโยบายอาจยังคงเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคระดับล่างและพยุงตลาดแรงงานไม่ให้ทรุดตัวไปมากกว่านี้

    https://www.cnbc.com/2026/03/10/kev...er-as-fed-chair.html?__source=androidappshare

    https://www.facebook.com/share/1A9TJESSRS/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความเสียหายที่ย่อยยับของตะวันออกกลาง !!!!
    FB_IMG_1773419574825.jpg
    ถ้าจะว่าไป … หนึ่งในเหยื่อสำคัญของสงครามกับอิหร่าน

    ก็คือ ประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง

    ภาพลักษณ์ที่เพียรสร้าง

    สวรรค์กลางทะเลทราย

    ที่ปลอดภัย ที่ทุกคนสามารถมาหาความสุข

    มาเที่ยวชม มาเปิดหูเปิดตา

    เป้าหมายในการท่องเที่ยวของชีวิต ที่ต้องมาให้ได้

    ศูนย์กลางการเดินทาง เปลี่ยนเครื่องบิน

    Hub ของการทำธุรกิจ

    ภาพทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับคำสั้นๆ “Trust”

    เชื่อว่าจะดูแลเราได้

    จึงเลือกที่จะเดินทางผ่านตะวันออกกลาง

    ตัดสินใจที่จะลงทุนในอสังหา ในบ้าน

    ตั้งบริษัท โรงงาน

    ตอนนี้ ทุกอย่างที่เพียรสร้าง

    ได้หายไปกับตา

    สะท้อนได้จาก ดัชนี DFMREI

    Dubai Financial Market Real Estate Index

    ที่ในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 2 สัปดาห์

    ลดลงจาก 16,743 เหลือเพียง 11,500

    หรือ -30%

    จาก Drones ที่พุ่งมาถล่มโรงแรม อาคาร สนามบิน

    วันนี้ ศูนย์กลางทางการเงินดูไบก็โดนไปด้วย

    ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางก็เช่นกัน

    ได้กลายเป็นเป้าหมาย

    เป้าการทำลาย

    ทั้งหมดนี้ แม้สงครามจะจบลงในที่สุด

    แต่ในมุมมองทุกคน

    พื้นที่นี้ ไม่เป็นสวรรค์

    ไม่เป็นที่ปลอดภัย อีกต่อไป

    คงเป็นนับสิบปี กว่าจะลืม

    เป็นความเสียหายที่ยิ่งใหญ่ครับ

    และหากสงครามกับอิหร่าน

    ยืดเยื้อ

    ลุกลามบานปลาย

    ภาพจำที่เกิดขึ้น จะกลายเป็นแผลลึก

    ที่ยากจะลืมได้

    นี่คงเป็นหนึ่งใน ”แผลเป็น“ ของสงครามรอบนี้ !!!

    #มุมมองดรกอบ #MiddleEast #IranWar

    ttps://www.facebook.com/share/p/1GYiirmZXq/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐอเมริกายังไม่พร้อมทำขบวนคุ้มกันเรือสินค้าที่ผ่านฮอร์มุซเพื่อรับมือกับการปิดช่องแคบของ #อิหร่าน ในขณะนี้ แต่ข่าวว่าจะพร้อมได้ในสิ้นเดือนนี้

    1. มีรายงานว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ ได้รับคำขอจำนวนมากจากหลายบริษัทและหลายประเทศให้ทำขบวนคุ้มกันเรือสินค้าที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่รัฐมนตรีพลังงานของสหรัฐอเมริกาให้สัมภาษณ์ว่าจะพร้อมทำขบวนภายในสิ้นเดือนนี้ ตรงนี้อาจจะพอบ่งชี้ได้ว่าแผนการรบของสหรัฐอเมริกายังไปต่ออีกหลายสัปดาห์หรือไม่

    2. สำหรับเรื่องทุ่นระเบิด กองทัพเรือสหรัฐฯ มีเรือ LCS ที่มียาน USV ล่าทำลายกับกวาดทุ่นอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งสามารถใช้ในการเปิดช่องทางการเดินเรือได้ แม้ก่อนการรบจะเกิดขึ้นสหรัฐอเมริกาถอนเรือ MCM ชั้น Avenger ออกไป แต่ข่าวกรองเชื่อว่าอิหร่านยังไม่ได้วางทุ่นมากมายนัก เพราะเรืออิหร่านเอง เรือจีน และเรืออินเดีย ยังผ่านมาได้ อีกทั้งเรือวางทุ่นของอิหร่านถูกโจมตีจมไปเยอะมาก เหลือเรือเร็วที่วางได้ทีละไม่กี่ทุ่น

    3. ตอนนี้สหรัฐอเมริกาจะเน้นโจมตีร่วมกับอิสราเอลเพื่อลดทอนขีดความสามารถอิหร่านก่อนในเรื่องขีปนาวุธกับโดรน ทั้งการผลิต การเก็บ การปล่อย ดังนั้นการทำขบวนคุ้มกันเรือสินค้ายังไม่ใช่ความเร่งด่วนหลัก คือสหรัฐอเมริกาน่าจะมองว่าภัยคุกคามยังสูงมากเกินไป

    4. คาดการณ์ว่าเรือรบที่จะต้องใช้ในการทำขบวนคุ้มกันอาจจะยังไม่พอด้วย เพราะเรือส่วนใหญ่ตอนนี้อยู่รวมกับกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีหรือ CSG 3 กองเรือ คือ Lincoln ในอ่าวอาหรับ และ Ford ในทะเลแดง ส่วน Bush ยังไปไม่ถึงเมดิเตอร์เรเนียน กองทัพเรือสหรัฐฯ คงต้องมั่นใจก่อนว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินจะปลอดภัยพอ จึงจะเอาเรือพิฆาตที่คุ้มกันอยู่ออกไปใช้ทำขบวนคุ้มกับได้ รวมทั้งยังต้องจัดให้มีเครื่องบินรบไปช่วยด้วย ซึ่งขณะนี้เอาไปใช้โจมตีอยู่

    5. มีนักวิเคราะห์ระบุว่าสหรัฐอเมริกาอาจต้องพิจารณาแผนการบุกยึดชายฝั่งอิหร่านรอบช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้อิหร่านยิงเรือไม่ได้ถ้าต้องการให้ปลอดภัยมากพอ ซึ่งต้องใช้กำลังทางบกขนาดใหญ่พอสมควรระดับหลักหมื่นถึงจะทำได้ผล

    6. สิ่งที่ช่วยพยุงเรื่องน้ำมันดิบอยู่คือท่อส่งน้ำมันของซาอุดิอารเบียที่ส่งจากอ่าวเปอร์เซียไปทะเลแดง กับท่อส่งน้ำมันของยูเออี ที่ส่งจากบ่อในประเทศไปยังอ่าวโอมาน แต่ท่อนี้ก็ยังไม่พ้นระยะโจมตี ทั้งนี้การป้องกันท่อน้ำมันดิบเหล่านี้ถือเป็นงานสำคัญสูง

    7. อิหร่านไม่ได้โจมตีเฉพาะเรือที่อยู่ตรงฮอร์มุซเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมานด้วย โดยมีเรือสินค้าที่ถูกโจมตีไปแล้วกว่า 16 ลำ อย่างล่าสุดเรืออิรักถูกยิงในน่านน้ำของตนเองเลยทั้งที่มีเนื้อที่นิดเดียว แต่เรือของไทยที่โดนยิงอยู่ตรงช่องแคบพอดี

    8. ย้อนกลับไปตอนยุค 1980 สหรัฐอเมริกาเคยทำขบวนคุ้มกันเรือสินค้ามาแล้ว ตอนนั้นเรือรบของสหรัฐฯ ก็เจอกับการโจมตีด้วย เรือสินค้าก็โดนโจมตี โดยทุ่นระเบิดของอิหร่าน ดังนั้นภารกิจนี้ยังไม่ง่าย ต้องจับตาว่าสหรัฐอเมริกาจะใช้วิธีใดและวางแผนภารกิจอย่างไร

    https://www.facebook.com/share/176UhExRAx/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทองคำกำลังถูกย้ายจากลอนดอนไปนิวยอร์ก — มันคือสัญญาณอะไร?

    ช่วงนี้มีเรื่องหนึ่งที่คนในตลาดทองกำลังพูดถึงกันมาก แต่คนทั่วไปแทบไม่รู้
    นั่นคือ ทองคำจำนวนมหาศาลกำลังถูกย้ายจากลอนดอน ไปยังนิวยอร์ก

    ลอนดอนเป็นศูนย์กลางตลาดทองคำของโลกมานานหลายสิบปี
    โดยเฉพาะตลาดของ LBMA ที่ใช้ทองแท่งขนาด 400 ออนซ์เป็นมาตรฐาน ขณะที่นิวยอร์กตลาด COMEX เป็นตลาดฟิวเจอร์ส ซึ่งส่วนใหญ่ซื้อขายกันเป็นสัญญา ไม่ได้มีใครสนใจต้องการรับทองจริง (ซื้อเพื่อเอากำไร ไม่ต้องเก็บ physical ให้หนักมือ)

    แต่ในช่วงที่ผ่านมา กลับเกิดสิ่งที่หลายคนมองว่า “ผิดปกติ”
    มีการ ขนทองจริงจำนวนมากจากคลังในลอนดอน ไปยังคลังของ COMEX ในนิวยอร์ก

    การย้ายทองคำ physical ครั้งนี้ไม่ได้เล็กน้อยเลย บางช่วงมีการพูดถึงการขนส่งทองแท่งทางเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกแทบทุกวัน ราวกับว่าต้องรีบย้ายทองให้ทันความต้องการของตลาด

    จนหลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

    ทั้งหมดนี้ทำให้บางคนเริ่มพูดถึงแนวคิดที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือ การ revalue ทองคำ

    ซึ่งนี่ไม่ได้หมายถึงราคาทองคำขึ้นแบบปกติ ปีนึงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการปรับ “มูลค่า” ของทองคำครั้งใหญ่ในระบบการเงินโลก

    รูปแบบของการ revalue ก็อาจจะเป็น

    -- ใช้ทองคำเป็นหลักประกันบางส่วนของเงิน

    -- ระบบการเงินใหม่ที่ใช้ทองคำหนุนค่าเงิน

    แต่เรื่องนี้ก็เป็นแนวคิดของกูรูบางท่าน
    เพราะยังไม่มีอะไรที่เป็นสัญญาณว่าการย้ายทองคำครั้งนี้เป็นการเตรียมการ revalue

    สิ่งที่ทำให้เราสนใจเรื่องการย้ายทองคำก็คือ เรื่องการย้ายของอยางนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ
    การขนทองต้องมีขั้นตอนมากมาย ตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐานและเช็คความบริสุทธิ์
    การประกันภัย ไปจนถึงการขนส่งทางเครื่องบิน

    ถ้าไม่มีเหตุผลสำคัญจริง ๆ ไม่มีใครคิดย้ายทองคำจำนวนมหาศาลข้ามมหาสมุทรหรอก
    เพราะมันไม่สนุกเลยที่จะเล่นกับของหนัก

    นักวิเคราะห์สายทองคำหลายคนพูดตรงกันว่า เวลาจะดูว่าระบบการเงินกำลังจะเปลี่ยนไปทางไหน ให้ดูสิ่งหนึ่งก่อน

    “Follow the physical gold”

    ...ในประวัติศาสตร์ การเคลื่อนย้ายทองคำครั้งใหญ่ มักเกิดก่อนเหตุการณ์สำคัญของระบบการเงิน

    ตัวอย่างหนึ่งคือก่อนปี 1971 หลายประเทศเริ่มนำดอลลาร์ไปแลกทองคำคืนจากสหรัฐ ทำให้ทองในคลังสหรัฐลดลงเรื่อย ๆ

    สุดท้ายเหตุการณ์นั้นนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ
    เมื่อประธานาธิบดีนิกสัน ประกาศยุติการแลกดอลลาร์เป็นทองคำ

    และระบบ Bretton Woods ก็สิ้นสุดลง

    ราคาทองคำขยับขึ้น..แบบไม่มีอะไรผูกมัด

    หลายประเทศเริ่มสะสมทองคำมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศในเอเชียและรัสเซีย

    เพราะทองคำยังคงถูกมองว่าเป็น สินทรัพย์สุดท้ายของระบบการเงิน

    ดังนั้น ทุกครั้งที่เกิดความไม่แน่นอนในระบบ
    ประเทศต่าง ๆ มักจะกลับมาหาทองคำ..ทุกครั้ง

    แต่เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ ไม่เหมือนทุกครั้งในอดีต เพราะหลายเรื่องกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น

    --ทองถูกย้ายจากตลาดลอนดอนไปตลาดนิวยอร์ก
    --คลังทองของ COMEX มีทองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
    --ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำปริมาณมากเป็นประวัติการณ์

    เมื่อเอาทุกอย่างมาต่อกัน หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่า

    สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เป็นเพียงการเคลื่อนย้ายทองคำตามปกติของตลาด ....จริงอ้ะเปล่า?

    หรืออาจเป็น สัญญาณล่วงหน้า
    ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการเงินโลก

    แน่นอนว่ายังไม่มีใครรู้คำตอบ

    และนั่นทำให้หลายคนกำลังจับตาดูเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

    อีกคำถามหนึ่งที่น่าคิดมากกว่านั้น

    ถ้าทองคำมีบทบาทสำคัญกับระบบการเงินโลก ซะขนาดนี้

    แล้วทองคำของโลกจริง ๆ ไปอยู่ที่ไหนกันแน่?

    หลายประเทศเก็บทองคำของตัวเองไว้ในต่างประเทศ
    ทำไม?

    หลายประเทศเริ่มขอเอาทองกลับ

    ทองคำของบางประเทศถูกเก็บเป็นความลับมานานหลายสิบปี

    และยังมีเรื่องที่อยากรู้อีกเยอะ

    Fort Knox มีทองคำจริงไหม?

    ทำไมบางประเทศเก็บทองคำในนิวยอร์ก?

    https://www.facebook.com/share/p/1FcZV4cL6L/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Deadlock ที่ทำให้สงครามสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านยังไม่จบง่าย ๆ

    ถ้าเราย้อนกลับไปดูการปะทะกันระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่านคราวก่อน ๆ จะเห็นได้ว่าความจริงที่ผ่านมาอิหร่านพยายามอดทนอดกลั้นและจำกัดขอบเขตการตอบโต้ที่สุดแล้ว

    ตอนที่สหรัฐฯ ลอบสังหารนายพล Soleimani เมื่อปี 2020 อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก แต่ก่อนจะยิง อิหร่านได้แจ้งเตือนให้อิรักรู้ล่วงหน้าหลายชั่วโมงเพื่อให้อิรักส่งข่าวต่อให้สหรัฐฯ ก่อน จะได้มีเวลาให้ทหารสหรัฐฯ หลบเข้าบังเกอร์ล่วงหน้า แม้จะมีทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 นายจากแรงกระแทกตอนขีปนาวุธลง แต่ก็ไม่มีผู้เสียชีวิต แล้วอิหร่านก็ยุติปฏิบัติการตอบโต้แค่นั้น

    เดือนเมษายน ปี 2024 อิสราเอลโจมตีสถานกงสุลของอิหร่านในซีเรีย อิหร่านตอบโต้ด้วยการใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีฐานทัพอากาศของอิสราเอลครั้งเดียวแล้วก็จบ

    ในสงคราม 12 วัน อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านตอนที่อิหร่านยังเจรจากับสหรัฐฯ อยู่ จะบอกว่าสหรัฐฯ ไม่รู้เรื่องด้วยก็คงไม่ได้ ถึงจะเห็นได้ชัดว่าสหรัฐฯ ร่วมมือกับอิสราเอล ทำเป็นมาขอเจรจาเพื่อให้อิหร่านตายใจ อิสราเอลจะได้เปิดฉากโจมตีได้สะดวก สามารถสังหารนายทหารระดับสูงของอิหร่านได้จำนวนมาก ก่อนที่อิหร่านจะเริ่มตอบโต้ แต่อิหร่านก็จำกัดขอบเขตการตอบโต้ไว้ที่อิสราเอลเท่านั้น เมื่อสหรัฐฯ ฉวยโอกาสส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 มาโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านในตอนจบ อิหร่านก็จำกัดขอบเขตการตอบโต้สหรัฐฯ ไว้แค่การยิงขีปนาวุธชุดหนึ่งใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในกาตาร์เท่านั้น โดยมีการเตือนล่วงหน้าเช่นเดียวกับคราว Soleimani

    เห็นได้ชัดว่า การที่อิหร่านพยายามจำกัดขอบเขตการตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลครั้งที่ผ่าน ๆ มา ถูกสหรัฐฯ และอิสราเอลนำไปตีความว่าอิหร่านอ่อนแอ สองประเทศนี้จะ "บุลลี่" อิหร่านอย่างไรก็ได้ เริ่มจากลอบสังหารนายพล 1 คน (Soleimani) มาเป็นการสังหารนายพลหลายคนพร้อมกัน แล้วสุดท้ายก็สังหารผู้นำสูงสุดของประเทศ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อคราวนี้สหรัฐฯ และอิสราเอล "ล้ำเส้น" ด้วยการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เรียกร้องให้ทำ Regime Change อย่างเปิดเผย โจมตีอิหร่านทางทหารเต็มรูปแบบถึงขนาดใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดปูพรมถล่มกรุงเตหะราน ทั้งที่อิหร่านกำลังเจรจากับสหรัฐฯ อยู่ อิหร่านจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อให้สหรัฐฯ อีกแล้ว

    นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมพอสถานการณ์เริ่มบานปลาย สหรัฐฯ ถึงไปไม่เป็น เพราะสหรัฐฯ คิดว่าอิหร่านคงไม่กล้าตอบโต้รุนแรงเหมือนที่ผ่าน ๆ มา อย่างมากก็คงยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ระลอกสองระลอกแล้วก็แยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวปีหน้าสหรัฐฯ ค่อยสร้างภาพมาเจรจาแล้วหาโอกาสลอบกัดอิหร่านใหม่ แต่พออิหร่านเอาจริง ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ยอมเจรจาด้วย เลยเกิดสถานการณ์ "SNAFU - Situation normal: all f***ed up" แบบที่เราเห็นกันอยู่ ปัญหาคือคนที่เรือหาย (ทั้งรูปธรรมและนามธรรม) กลับไม่ได้มีแค่สหรัฐฯ แต่คนทั้งโลกดันซวยไปด้วย

    นี่คือ Deadlock ที่ทำให้สงครามยังไม่จบครับ สหรัฐฯ พยายามทำเป็นว่าเจ๊ากันไป ต่อให้ฆ่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ทิ้งระเบิดปูพรมถล่มอิหร่านไปแล้วก็สามารถแยกย้ายกันไปได้ง่าย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่อิหร่านกำลังยัวะถึงขีดสุด และต้องการแก้แค้นสหรัฐฯ ให้ถึงที่สุดก่อน ปมหลัก ๆ ความจริงมีแค่นี้เองครับ ประเทศไทยเราก็เตรียมรับแรงกระแทก หาทางเอาตัวรอดไปจนกว่าเขาจะเคลียร์กันเสร็จก็พอครับ

    สวัสดี

    14.03.2026

    https://www.facebook.com/share/1GfZiEKeBk/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีรายงานว่ากองทัพสหรัฐได้ส่งโดรนสกัดกั้น (interceptor drone) ที่มีระบบ AI ชื่อว่า Merops จำนวน 10,000 ลำไปยังตะวันออกกลางแล้ว

    กองทัพบกสหรัฐเปิดเผยว่า เป้าหมายหลักของ Merops คือเอาไปตั้งรับโดรนพลีชีพของอิหร่านโดยเฉพาะ ข้อดีของ interceptor drone คือมันช่วยสร้างระบบป้องกันทางอากาศแบบราคาประหยัด ทำให้กองทัพไม่ต้องงัดเอาระบบป้องกันภัยทางอากาศแพงๆ อย่าง Patriot หรือ THAAD มาใช้ยิงโดรนราคาถูกของอิหร่านให้เปลืองงบและลดภาระของเครื่องบินรบลงไปได้เยอะ

    ตัวโดรนรุ่นนี้มีชื่อเรียกว่า Merops เป็นผลงานการพัฒนาของ Project Eagle ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านอาวุธในแคลิฟอร์เนียที่ได้อดีต CEO ของกูเกิลอย่าง Eric Schmidt เป็นผู้สนับสนุน รูปร่างหน้าตาจะเป็นโดรนขนาดเล็ก พกพาง่าย แท่นยิงวางท้ายรถกระบะได้เลย แถมราคายังถูก อยู่ที่ราวๆ $14,000 - $15,000 ต่อลำ และถ้าเข้าสู่กระบวนการผลิตเยอะๆ อาจจะกดราคาลงมาเหลือแค่ $3,000-$5,000 ได้เลย

    ความเจ๋งของ Merops คือมันสามารถเอากลับมาใช้ซ้ำได้ และมี AI คอยช่วยนำทางให้บินต่อได้สบายๆ แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่โดนรบกวนสัญญาณก็ตาม

    ถ้าปล่อยโดรนบินขึ้นไปแล้วปรากฏว่ามันไม่ได้เข้าปะทะกับเป้าหมาย ไม่ว่าจะเพราะหาเป้าหมายไม่เจอ เป้าหมายโดนสอยร่วงไปก่อนแล้ว หรือมีการยกเลิกภารกิจกลางคัน ตัวโดรนก็จะไม่บินไปตกให้พังทิ้งเปล่าๆ แต่มันจะกางร่มชูชีพที่ซ่อนอยู่ออกมา แล้วค่อยๆ ลอยลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย สามารถตามไปเก็บกลับมาใช้ไหม่ได้

    ที่ผ่านมา สหรัฐเอาโดรนตัวนี้ไปทดสอบและใช้งานจริงในสมรภูมิยูเครนมาปีกว่าๆ แล้ว ซึ่งผลงานก็ถือว่าเข้าตา เพราะสามารถสอยโดรนของรัสเซียร่วงไปได้เป็นพันลำ พอถึงปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน สหรัฐก็ได้ส่ง Meropsไปติดตั้งตามจุดต่างๆ ในตะวันออกกลางได้ภายในเวลาแค่ 5 วันเท่านั้น แถมบางจุดยังเอาไปวางไว้ใช้งานได้โดยไม่ต้องมีทหารอเมริกันเข้าไปประจำการด้วยซ้ำ เพราะตัวระบบถูกออกแบบมาให้เน้นความเป็นอัตโนมัติและสามารถควบคุมจากระยะไกลได้แบบเบ็ดเสร็จ โดยแท่นยิงของ Merops จะทำงานร่วมกับชุดเรดาร์ เซ็นเซอร์แบบ optical และกล้องจับความร้อนที่มีมาให้ในตัว พอมีโดรนข้าศึกบินเข้ามา ระบบ AI จะทำการตรวจจับ แยกแยะเป้าหมาย และล็อกเป้าให้เองโดยอัตโนมัติ แถมยังสามารถตั้งค่าให้ระบบตัดสินใจยิงโดรนสกัดกั้นออกไปได้เองเลยด้วยซ้ำ

    ในสถานการณ์ที่โดนศัตรูรบกวนสัญญาณวิทยุจนติดต่อกับศูนย์ไม่ได้ ตัวโดรนสกัดกั้นก็จะใช้ AI ของตัวเองบินตามล่าเป้าหมายจนจบภารกิจได้โดยไม่ต้องรอคนสั่งการ

    ในกรณีที่ยังเชื่อมต่อสัญญาณได้ตามปกติ ระบบจะส่งภาพและข้อมูลเป้าหมายทั้งหมดไปที่ศูนย์บัญชาการและควบคุมซึ่งทหารที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและกดปุ่มสั่งยิงอาจจะนั่งอยู่ในฐานทัพที่ปลอดภัยและอยู่ห่างออกไปไกลมากๆ ไม่จำเป็นต้องมาคลุกฝุ่นอยู่ที่เดียวกับแท่นยิง

    นอกจากนี้ Merops ยังออกแบบมาให้ใช้งานง่ายมาก ใช้คนดูแลแค่ไม่กี่คน และใช้เวลาฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เพียงแค่ประมาณสองสัปดาห์ก็ใช้งานเป็นแล้ว

    ปล. Merops เป็นเทคโนโลยีของอเมริกันล้วนๆ เป็นคนละตัวกับ interceptor drone ของยูเครนที่ราคาถูกกว่า แต่คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นของยูเครนเพราะมีการทดสอบใช้งานในยูเครนเช่นกัน
    https://www.facebook.com/share/186gYndwQt/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ABC News รายงานว่า สหรัฐฯ กำลังส่งหน่วยรบนาวิกโยธินที่ 31 จากโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เดินทางมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง
    FB_IMG_1773443106028.jpg
    โดยในหน่วยนี้มีกำลังพลรวมๆ ประมาณ 2,200 นาย ทั้งทหารเรือและนาวิกโยธิน พร้อมด้วยรถหุ้มเกราะเบา ซึ่งส่วนใหญ่จะประจำการอยู่บนเรือ USS Tripoli และยังมีเรือ USS Robert Smalls กับเรือ USS Rafael Peralta ตามไปด้วย

    ABC news

    #OrbitWire

    https://www.facebook.com/share/18H8nvx7vp/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์จุก!
    เพนตากอนประเมินพลาด
    อิหร่านเอาจริงสั่งปิด "ฮอร์มุซ"
    เขย่าเศรษฐกิจโลก

    แหล่งข่าววงในแฉ สภาความมั่นคงแห่งชาติและกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประเมินความกล้าของอิหร่านต่ำเกินไป ทำให้ไม่ได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นผลจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวบอำนาจการตัดสินใจไว้กับคนสนิท จนละเลยคำเตือนด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง นับเป็นความผิดพลาดระดับชาติของหน่วยงานความมั่นคง
    เพนตากอนและสภาความมั่นคงแห่งชาติประเมินท่าทีของอิหร่านผิดพลาดอย่างร้ายแรง

    ทีมความมั่นคงของทรัมป์ไม่ได้เตรียมแผนรับมือล่วงหน้าสำหรับ Worst-case scenario โดยหน่วยงานประเมินความเด็ดขาดของอิหร่านต่ำเกินไปก่อนที่จะตัดสินใจเปิดปฏิบัติการทางทหาร

    นอกจากนี้ การพึ่งพากลุ่มที่ปรึกษาวงในส่งผลให้การวิเคราะห์ผลกระทบถูกลดความสำคัญลง แม้รัฐมนตรีคลังและรัฐมนตรีพลังงานจะเข้าร่วมประชุม แต่คำเตือนด้านเศรษฐกิจกลับไม่ถูกนำมาเป็นสาระสำคัญในการตัดสินใจ ที่สำคัญการปิดกั้นการถกเถียงข้ามหน่วยงาน ทำให้สหรัฐฯ ขาดแผนตั้งรับวิกฤตหากอิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบ

    สหรัฐฯ ต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่ามาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นผล เพนตากอนยอมรับว่าการส่งเรือรบเข้าไปทำภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซตอนนี้อันตรายเกินไป
    ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีท่าทีเพิกเฉยและพยายามพูดลดทอนความรุนแรงของวิกฤตในตลาดพลังงาน

    ความผิดพลาดในการประเมินยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ครั้งนี้ นำไปสู่วิกฤตพลังงานโลกที่แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้น การรวมศูนย์การตัดสินใจไว้ที่คนใกล้ชิดทำให้ข้อควรระวังทางเศรษฐกิจถูกละเลย และในขณะนี้กองทัพสหรัฐฯ เองก็ยังไม่สามารถส่งกำลังเข้าไปคุ้มกันเส้นทางเดินเรือหลักได้เนื่องจากความเสี่ยงที่สูงเกินรับไหว

    https://www.facebook.com/share/1HASaZrC6q/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วูบ! GDP สหรัฐฯ Q4/2025 โตต่ำคาดเหลือ 0.7% (ปรับลดลงจากคาดการณ์ก่อหน้าที่ 1.4%) ขณะเงินเฟ้อพื้นฐาน ม.ค. ดีดตัวแตะ 3.1%

    https://www.facebook.com/share/p/1GT4cMwpTV/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทองคำฟื้นแตะ $5,117
    แต่ส่อแววร่วง 2 สัปดาห์ติด!
    พิษสงครามดันน้ำมันพุ่ง
    ดับฝันเฟดหั่นดอกเบี้ย

    ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นเหนือระดับ $5,100 แต่ยังคงเผชิญความเสี่ยงที่จะปิดลบเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อผลักดันให้ราคาน้ำมันทรงตัวใกล้ระดับ $100 กระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดลงอย่างมาก

    สงครามยืดเยื้อดันราคาน้ำมันพุ่งเฉียด $100

    การปะทะเข้าสู่วันที่ 13 ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน สร้างการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุด
    ล่าสุดทำเนียบขาวไฟเขียวให้ซื้อน้ำมันรัสเซียกลางทะเล และ IEA เตรียมปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรลเพื่อสกัดราคา

    น้ำมันแพงสกัดแผนลดดอกเบี้ยและดันยีลด์พุ่ง

    ตลาดมองแทบไม่มีโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า และเหลือโอกาสเพียง 70% ที่จะลดภายในปีนี้
    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม กดดันสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างทองคำ โดยเห็นภาพทองคำฟื้นตัวระยะสั้นแต่ภาพรวมยังอ่อนแอ นักลงทุนเทขายทองคำเพื่อรักษาสภาพคล่อง

    โลหะมีค่า: ทิศทางราคาทองคำและแร่เงิน

    Spot Gold ขยับขึ้น 0.8% แตะ $5,117.6 แต่เตรียมปิดสัปดาห์ติดลบราว 1% (ร่วง 2 สัปดาห์ติดครั้งแรกนับแต่ พ.ย.)

    แร่เงิน บวก 1.2% แตะ $84.83 ขณะที่ดอลลาร์เตรียมปิดสัปดาห์ด้วยผลบวก 0.5%

    แม้ราคาทองคำจะสามารถยืนหยัดเหนือระดับ $5,000 ได้อย่างแข็งแกร่ง (ยังคงบวกราว 18% ตั้งแต่ต้นปี) แต่ภาวะสงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง กำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่กระตุ้นเงินเฟ้อและบีบให้เฟดต้องตรึงดอกเบี้ยสูงต่อไป ทำให้นักลงทุนบางส่วนต้องจำใจเทขายทองคำออกมาเพื่อรักษาสภาพคล่องในพอร์ตการลงทุนส่วนอื่นที่ได้รับผลกระทบ

    https://www.facebook.com/share/p/18E6Nsh6ri/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    'เซเลนสกี' รีบเดินทางไปฝรั่งเศสขอคำมั่นสัญญาในการสนับสนุน หลังวิกฤตตะวันออกกลางขโมยซีน สูบอาวุธตะวันตกไป ราคาน้ำมันพุ่งหนุนท่อน้ำเลี้ยงให้รัสเซีย

    https://www.facebook.com/share/17edqr5VMu/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Michael Hartnett นักกลยุทธ์จาก Bank of America เตือนว่าภาวะตลาดการเงินในปี 2026 เริ่มมีลักษณะคล้ายช่วงก่อนวิกฤตการเงินโลกปี 2008 หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแรงจากสงคราม Iran และความกังวลเกี่ยวกับ private credit ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเขาชี้ว่ารูปแบบการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ในปัจจุบันใกล้เคียงกับช่วงปี 2007–2008 อย่างน่ากังวล

    แรงกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 60% ในปีนี้ รวมถึงความเสี่ยงในตลาด private credit ที่กำลังเผชิญทั้งการไถ่ถอนเงินลงทุน การถูกตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานการปล่อยกู้ และผลกระทบจาก AI ต่อผู้กู้บางราย ขณะเดียวกัน ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงยังกระตุ้นความกังวลเรื่อง stagflation หรือภาวะที่เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอตัว

    Hartnett มองว่าความเสี่ยงที่แท้จริงต่อตลาดหุ้นอยู่ที่กำไรบริษัทซึ่งอาจถูกบีบจากต้นทุนและภาวะการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น มากกว่าประเด็นเงินเฟ้อเพียงด้านเดียว โดยเตือนว่าตลาดยังอาจประเมินต่ำเกินไปว่าความขัดแย้งในสงครามอิหร่านและปัญหาใน private credit อาจยืดเยื้อกว่าที่คาด
    FB_IMG_1773443757025.jpg
    https://www.facebook.com/share/18YegrvhSQ/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นี่ก็ยั่วจัง! ยั่วยุ ล่อมาฆ่า! พูดจาให้ประมุขสูงสุดคนใหม่อิหร่าน “ตบะแตก” แล้วโผล่มา อเมริกาจะได้ “ล็อกเป้า”

    พีท เฮ็กเซ็ธ รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกา สามหาว ด่า “มอจตาบา คาเมเนอี” เป็นหนูโสโครก‼️

    พีทชี้ มอจตาบา บาดเจ็บ และอาจถึงขั้นทุพพลภาพ!!!!!
    หยันความเป็นผู้นำ “หมดรูป” ไปแล้ว สิ้นเยียวยา ไม่สู้หน้า

    หนีหางจุกตูดในรูอย่างหนู

    (แรงมาก‼️‼️ ไม่มีรักษามารยาทการเมืองระหว่างประเทศแล้ว)

    แดกดันแถลงการณ์ของประมุขสูงสุดอิหร่านวานนี้
    “แถลงการณ์ที่อ่อนเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่มีภาพ ไม่มีเสียง“

    ”ที่อิหร่านมีกล้องถ่ายวิดีโอเยอะแยะ เครื่องอัดเสียงก็เยอะแยะ ใช้ไม่เป็นเหรอ ทำไมต้องคัดลายมือเขียนเอาล่ะ“

    ”ผมคิดว่าคุณก็ตอบได้แหละ พ่อตายแบบนั้น เขากลัวตายแบบพ่อ ตอนนี้เขาก็บาดเจ็บ หลบซ่อน ไร้เกียรติ เขากำลังสติหลุด”

    อิหร่านต้องไม่หลงกล
    ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์
    ด่าได้ก็ด่าไป ด่าได้ ฆ่าไม่ได้

    ไม่ปรากฏกาย

    https://www.facebook.com/share/p/1LALorqkXJ/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    #ผมคือเอเลี่ยนปลอมตัวมา!
    เนทันยาฮูแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ แต่ชาวเน็ตจับโป๊ะว่าอาจเป็น Ai เพราะมี 6 นิ่ว
    ______
    หากเป็นการแถลงข่าวโดย Ai จริง คำถามที่จะตามมาก็คือ ...แล้วตัวจริงไปอยู่ไหน? ยังมีชีวิตอยู่มั้ย? หรือเสียชีวิตไปแล้ว? หรือบาดเจ็บและกำลังรับการรักษา?!
    FB_IMG_1773444088143.jpg
    https://www.facebook.com/share/17MbAt8juB/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กาชาดจีนบริจาคให้ครอบครัวเด็กๆ ชาวอิหร่านที่เสียชีวิตในโรงเรียนประถมที่เมืองมีนาบ 6,476,000 บาท

    https://www.facebook.com/share/p/1HmmVy62AA/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สส.อิสราเอลโอด :
    “ชาวอิสราเอลบาดเจ็บและเสียชีวิตรวมกัน 2,000 ราย และยังมีอีกหลายหมื่นคนที่ได้รับความกระทบกระเทือนด้านจิตใจ

    ลูกหลานเราอยู่ในภาวะฉุกเฉินมาหลายปีแล้ว ผู้คนครึ่งประเทศอยากกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ แต่ดูเหมือนว่าขณะนี้ เราต้องจ่ายราคาค่างวดแสนแพงเพื่อสิ่งนั้น!”
    FB_IMG_1773444341725.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1Fx6tGBqCn/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ส่งสัญญาณสับสนทิศทางสงครามอิหร่าน รายงานพิเศษรอยเตอร์เผยศึกอำนาจในทำเนียบขาว

    เดอะพับลิกโพสต์ - รายงานพิเศษของรอยเตอร์ (13 มี.ค. 69) เปิดเผยว่า การแถลงท่าทีที่สับสนของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสงครามอิหร่าน มีรากมาจากการต่อสู้เชิงอิทธิพลภายในทำเนียบขาว ระหว่างกลุ่มที่ต้องการยุติสงครามเร็ว กับฝ่ายที่ต้องการเดินหน้ากดดันเตหะรานต่อไป

    รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่และที่ปรึกษาหลายฝ่ายกำลังถกเถียงกันอย่างหนักว่า สหรัฐควร “ประกาศชัยชนะ” เมื่อใดและอย่างไร แม้สงครามจะยังคงลุกลามในตะวันออกกลาง

    สงครามอิหร่านซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐนับตั้งแต่สงครามอิรักปี 2003 และได้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังตลาดการเงินโลก รวมถึงการค้าพลังงานระหว่างประเทศ

    *** ศึกคำแนะนำในทำเนียบขาว

    แหล่งข่าวใกล้ชิดการหารือเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลัง รวมถึงสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เตือนทรัมป์ว่า ราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูง อาจกลายเป็นต้นทุนทางการเมืองที่รุนแรงต่อรัฐบาล

    ในอีกด้านหนึ่ง ที่ปรึกษาทางการเมือง เช่น ซูซี ไวลส์ หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว และเจมส์ แบลร์ รองหัวหน้าคณะทำงาน ได้ผลักดันให้ทรัมป์กำหนดความหมายของ “ชัยชนะ” อย่างจำกัด และส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการกำลังใกล้สิ้นสุด เพื่อควบคุมผลกระทบทางการเมือง

    ตรงกันข้าม กลุ่มสายเหยี่ยวในพรรครีพับลิกัน เช่น วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม และทอม คอตตอน รวมถึงนักวิจารณ์สื่อสายอนุรักษนิยม มาร์ก เลวิน สนับสนุนให้ทรัมป์ รักษาแรงกดดันทางทหารต่ออิหร่าน

    พวกเขาให้เหตุผลว่า สหรัฐต้องป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และต้องตอบโต้การโจมตีกองกำลังสหรัฐและการคุกคามการเดินเรือในภูมิภาค

    ในเวลาเดียวกัน กลุ่มฐานเสียงประชานิยมของทรัมป์ รวมถึง สตีฟ แบนนอน และผู้จัดรายการโทรทัศน์ ทักเกอร์ คาร์ลสัน กำลังกดดันให้เขา หลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพันกับสงครามยืดเยื้อในตะวันออกกลาง

    แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า
    “เขากำลังปล่อยให้ฝ่ายเหยี่ยวเชื่อว่าสงครามยังดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันก็ทำให้ตลาดเชื่อว่าสงครามอาจจบเร็ว และทำให้ฐานเสียงของเขาเชื่อว่าการยกระดับจะมีขอบเขตจำกัด”

    *** สารจากทรัมป์ที่เปลี่ยนไป

    ทรัมป์ซึ่งกลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อปีที่แล้วโดยให้คำมั่นว่าจะหลีกเลี่ยง “การแทรกแซงทางทหารที่โง่เขลา” ได้ปรับน้ำหนักคำอธิบายเกี่ยวกับสงครามในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

    จากเดิมที่ประกาศเป้าหมายกว้างขวางเมื่อเปิดฉากโจมตี เขาเริ่มอธิบายว่าสงครามเป็นเพียง “ปฏิบัติการระยะสั้น”

    ในการชุมนุมลักษณะหาเสียงที่รัฐเคนทักกีเมื่อวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่า “เราชนะแล้ว”

    แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็กล่าวต่อว่า “เราไม่อยากออกไปเร็วเกินไปใช่ไหม เราต้องทำงานให้เสร็จ”

    ความกำกวมดังกล่าวทำให้ตลาดพลังงานตอบสนองอย่างผันผวน เพราะยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐตั้งใจจะยุติปฏิบัติการเมื่อใด

    *** ฉากจบที่ยังไม่ลงตัว

    แหล่งข่าวระบุว่า ภายในทำเนียบขาวกำลังมีการหารือถึงฉากจบที่เป็นไปได้ ซึ่งอาจเป็นการที่ทรัมป์ประกาศว่าบรรลุเป้าหมายทางทหารแล้ว จากนั้นเปลี่ยนไปใช้มาตรการ คว่ำบาตร การป้องปราม และการเจรจา

    อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางส่วนยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

    ตลอดสองสัปดาห์ของสงคราม การโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลได้สังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านจำนวนหนึ่ง ทำลายคลังขีปนาวุธบางส่วน และสร้างความเสียหายต่อกองทัพเรือของอิหร่าน

    แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์มองว่า รัฐบาลอิหร่านอาจประกาศชัยชนะได้เช่นกัน หากสามารถ อยู่รอดจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล และยังคงแสดงศักยภาพในการตอบโต้

    *** ช่องแคบฮอร์มุซ ตัวแปรสำคัญของสงคราม

    เส้นทางของสงครามอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันโลกเกือบหนึ่งในห้า

    รายงานระบุว่า การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวเกือบหยุดชะงัก หลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำอิรักและบริเวณใกล้ช่องแคบ

    หากการปิดกั้นดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐพุ่งสูงขึ้น อาจเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรครีพับลิกันกำลังปกป้องเสียงข้างมากในสภาคองเกรส

    *** บทเรียนจากเวเนซุเอลา

    รอยเตอร์ยังรายงานว่า ความเข้าใจคลาดเคลื่อนบางส่วนเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน อาจเกิดจากความสำเร็จทางทหารอย่างรวดเร็วของสหรัฐในเวเนซุเอลาก่อนหน้านี้

    ปฏิบัติการเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่จับกุมประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เปิดทางให้สหรัฐมีอิทธิพลต่อทรัพยากรน้ำมันของประเทศนั้นโดยไม่ต้องใช้กำลังทหารยืดเยื้อ

    แต่ในกรณีของอิหร่าน เจ้าหน้าที่สหรัฐยอมรับว่า เตหะรานเป็นคู่ต่อสู้ที่ แข็งแกร่งกว่า มีอาวุธมากกว่า และมีโครงสร้างอำนาจทางศาสนาและความมั่นคงที่หยั่งรากลึก

     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    224,469
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อคืนมี ”พิธีเททอง” เป็นจังหวะเริ่มน่าลงทุนอีกครั้งหนึ่ง

    ราคาทองคำถูกกดดันจากภาวะขาดแคลนสภาพคล่อง ดันดอลลาร์พุ่งแรงก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (FED) วันที่ 17-18 มีนาคม 2569 ที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย มีความหมายว่า “ราคาทองจะไม่ขึ้น หรืออาจจะลงในระยะสั้น“

    1. ตัวเลขสหรัฐอเมริกาเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์ไม่ได้แย่ สะท้อนว่าเงินเฟ้อและภาวะเศรษฐกิจ ยังคงอยู่ในทิศทางที่ FED ควบคุมได้ แต่ยังไม่ลดลงเร็วพอที่จะทำให้ FED เร่งลดดอกเบี้ย ดังนั้น ตลาดจึงคาดว่า FED น่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุม FOMC วันที่ 17-18 มีนาคมนี้ นักลงทุนจึงเท ขายทองออกมาก่อนจะรู้ผลกาีประชุม

    อย่างไรก็ตามตัวเลขภาวะเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้นน่าจะเห็นได้ชัดขึ้นในเดือนเมษายน ทำให้เชื่อว่าการลดหล่นของราคาทองคำในช่วงนี้คือการลดลงระยะสั้น แต่ระยะยาวแล้วราคาทองคำน่าจะไปได้ต่อ

    2. ภาวะขาดแคลนสภาพคล่อง (Liquidity Crunch): แม้ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน นักลงทุนกลับต้องการ "เงินดอลลาร์" ซึ่งเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลกมากกว่า เพื่อรักษาสภาพคล่องในระยะสั้น

    นอกจากนั้นการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวกลับขึ้นไปเหนือ 4% ทำให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยชะลอตัวลงชั่วคราว

    อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ในระยะยาวแล้วดอลลาร์จะไม่สามารถแข็งค่าอย่างนี้ได้ตลอดไป กระแส Dedollarization คืิลดการใช้เงินดอลลาร์ในทุนสำรองธนาคารกลางทั่วโลกยังคงอยู่ แม้การทำสงครามจะยื้อการเกิดใหม่ของ BRICS และดิจิตอลหยวนได้ชั่วคราว แต่ระยะยาวแล้วเงินดอลลาร์น่าจะอ่อนลง ระยะยาวราคาทองคำจึงไปได้ต่อ

    3.เทขายน้ำมันสำรองแก้ปัญหาราคาน้ำมันได้ชั่วคราว นักลงทุนเทขายทำกำไรทรัพย์สินที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อชั่วคราวเช่นกัน

    การระบายคลังสำรองครั้งใหญ่ โดยคำแนะนำของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ได้ประกาศมาตรการ "Historic Reserve Salvo" หรือการปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาในปริมาณที่มากเป็นประวัติการณ์ เพื่อพยายามสกัดกั้นการพุ่งขึ้นทางจิตวิทยาของราคาน้ำมัน ไม่ให้ทะลุ 100 เหรียญต่อบาร์เรลจะ ทำให้เกิดการย่อตัวระยะสั้นราคาทองคำมีการ "Pullback" หรือส่งผลปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากประเด็นนี้ เนื่องจากข่าวการแทรกแซงของ IEA ทำให้เกิดการขายทำกำไรในสินทรัพย์ที่ผูกกับเงินเฟ้อ (Inflation Hedges)

    เมื่อราคาน้ำมันถูกกดดันจากมาตรการของ IEA ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อแบบพุ่งกระฉูด (Hyper-inflation) ก็ลดลงชั่วคราว ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อชะลอตัวลง

    แต่ราคาน้ำมันก็ไม่ได้ร่วงลงอย่างรุนแรงตามที่คาด เนื่องจากตลาดมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

    นักลงทุนมองว่าปัญหาการขาดแคลนพลังงานเกิดจากปัจจัยพื้นฐานและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (สหรัฐฯ-อิหร่าน) ซึ่งการระบายคลังสำรองเพียงชั่วคราวไม่สามารถชดเชยการขาดหายไปของอุปทานในระยะยาวได้

    "การชักเย่อ" ระหว่าง (1) ความพยายามของรัฐบาลและ IEA ที่จะคุมเงินเฟ้อขั่วคราว (ซึ่งกดดันทองคำ) และ (2) ความจริงที่โหดร้ายของตลาดที่น้ำมันยังคงแพงและดอกเบี้ยที่แท้จริงยังติดลบ (ซึ่งหนุนทองคำ)

    ปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าระยะยาวทองคำยังคงไปต่อพร้อมกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

    ในระหว่างนี้นักลงทุนเห็นการลงทุนหุ้นเหมืองทองคำทำกำไรได้ดีกว่าซื้อทอง ยางส่วนจึงย้ายการเข้าไปซื้อหุ้นในกลุ่มนี้มากขึ้น รวมถึงการลงทุนที่เป็นผลต่อเนื่องของสงคราม และความขัดแย้งในภูมิศาสตร์ เช่น หุ้นพลังงาน หุ้นอุตสาหกรรมอาวุธสงคราม

    โดยสรุปนักวิเคราะห์มองว่า Fed อาจไม่รีบลดดอกเบี้ย เนื่องจากเงินเฟ้อยังคง "เหนียวหนึบ" และราคาน้ำมันที่สูงจะส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพ ทำให้ความหวังที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยหลายครั้งในปีนี้ลดน้อยลง

    คาดว่าราคาทองคำอาจถูกกดดันต่อไปจนถึงการประชุม Fed สัปดาห์หน้า แต่นักลงทุนยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะยาว โดยเชื่อว่าปัญหาหนี้สาธารณะ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเรื่องค่าของเงินเฟียต (Fiat money) จะเป็นปัจจัยหนุนความต้องการทองคำอย่างต่อเนื่อง

    เหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์หน้า

    1.การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่ง ได้แก่ สหรัฐฯ (Fed), ออสเตรเลีย (RBA), แคนาดา (BoC), ญี่ปุ่น (BoJ), อังกฤษ (BoE), สวิส (SNB) และยุโรป (ECB)

    2.ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่น ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI), ข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัย และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

    สรุป: แม้ราคาทองคำจะเผชิญกับแรงขายในระยะสั้นเนื่องจากนักลงทุนแห่ถือเงินดอลลาร์เพื่อสภาพคล่องและความกังวลเรื่องดอกเบี้ย Fed แต่ในระยะยาวยังมีปัจจัยหนุนจากปัญหาหนี้เสียของรัฐบาลและความไม่สงบระดับโลก
    FB_IMG_1773444581666.jpg FB_IMG_1773444584346.jpg FB_IMG_1773444586536.jpg
    https://www.facebook.com/share/184mdtFMeA/
     

แชร์หน้านี้

Loading...